วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เล็งเพิ่มอำนาจผู้ว่าฯ

เล็งเพิ่มอำนาจผู้ว่าฯ คสช.ปลื้ม"มท."ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามเป้าหมาย

"รองหัวหน้าคสช." ชม"มหาดไทย" ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีตามเป้าหมาย เล็งเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าฯ ด้าน"สมเด็จวัดปากน้ำ"ชี้คสช.เดินถูกทาง หนุน "ประยุทธ์"นั่งนายกฯ อดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชี้กกต.เสนอยกเลิก "วุฒิสภา" ไม่แก้ปัญหาระบบการเมือง แนะเพิ่มพื้นที่ให้ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ทำงานในรัฐสภา

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ และอธิบดีทุกกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้เข้าหารือกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก รวมทั้งผู้แทนของผู้บัญชาการกองทัพเรือ ผู้แทนผู้บัญชาการกองทัพอากาศ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อวานนี้ (16 ก.ค.)

ทั้งนี้ พล.อ.อ.ธนะศักดิ์ ได้กล่าวขอบคุณปลัดกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกคน ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีตามเป้าหมายของ คสช. และขอให้ทำหน้าที่เพื่อประเทศต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา คสช.มีความพยายามที่จะเพิ่มอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเต็มในการปกครองส่วนภูมิภาค

นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่จะสร้างระบบการบริการแบบวันสต็อปเซอร์วิสในแต่ละจังหวัด โดยเมื่อประชาชนมีปัญหาก็จะสามารถเดินทางไปรับบริการยังจังหวัดได้ และในอนาคตอาจขยายไปถึงระดับอำเภอด้วย

ขณะที่ นายวิบูลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้ปรับการทำงานตามนโยบายของ คสช. อาทิ การเปิดจุดการค้าตามแนวชายแดน ซึ่งมีการดำเนินการแล้วหลายจุด เรื่องแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์บริการเตรียมความพร้อมของไทย ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

สมเด็จวัดปากน้ำหนุน"ประยุทธ์"นั่งนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เนื่องในวันเข้าพรรษา

หลังจากนั้น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้คนไทยมีความปรองดอง สมานฉันท์ สามัคคี และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้นั้นคนไทยต้องมีศีล 5 ซึ่งทราบมาว่าหัวหน้า คสช.ได้สั่งการให้ทหารและประชาชนรักษาศีล 5 และหัวหน้า คสช.ก็ยึดมั่นในศีล 5 เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 นั้น มีการดำเนินการทั่วประเทศโดยในหมู่บ้านหนึ่ง ๆ มีประชาชนรักษาศีล 5 ประมาณ 50% ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะขึ้นป้ายว่าหมู่บ้านนั้นอยู่ในโครงการ ถ้าหากว่าหมู่บ้านนั้นมีประชาชนรักษาศีล 5 ได้ 80% ก็จะมีการมอบโล่ให้ บางจังหวัดก็จะมีการลงลึกไปถึงระดับบ้าน ถ้าสมาชิกในบ้านรักษาศีล 5 ประมาณ 50% ก็จะมอบป้ายบ้านรักษาศีล 5 ให้ ทั้งนี้ ต้องอนุโมทนาไปยังส่วนราชการของจังหวัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ปลัด กำนัน และ ผู้ใหญ่บ้าน ที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าได้ฝากให้กำลังใจกับ คสช. อย่างไรบ้าง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวว่า ก็ได้ให้กำลังใจทางหัวหน้า คสช.ไปว่าให้ท่านเข้มแข็ง ทำงานให้ได้สำเร็จประโยชน์สุขสวัสดิผลให้เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ซึ่งมองว่าในสิ่งที่ทาง คสช.ได้ดำเนินการอยู่นั้นถือว่าได้เดินมาถูกทางแล้ว เพราะหัวหน้า คสช.ต้องการให้มีความปรองดองและสมานฉันท์สามัคคี และโครงการหมู่บ้านศีล 5 ก็รับลูกความคิดของท่านพอดี

เมื่อถามต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวว่า "ถ้าจะเป็นก็เป็นได้ ส่วนจะเป็นหรือไม่ไม่รู้ แต่ดูจากการกระทำและความเข้มแข็งของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้"

ด้าน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ฝากขอบคุณหัวหน้า คสช. ที่ส่งคณะผู้แทนมากราบท่านเนื่องในวันเข้าพรรษา ซึ่งตนจะนำไปเรียนให้ หัวหน้า คสช.ได้รับทราบ ทั้งนี้ท่านฝากให้หัวหน้า คสช.ทำงานให้บรรลุความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ท่านดีใจที่เห็นประชาชนและบ้านเมืองมีความสงบสุข งานด้านการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะตามโครงการพระพุทธศาสนา จะมีโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 คงต้องนำไปขยายผลเพราะเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์

"คมสัน"ชี้ยกเลิกวุฒิฯไม่แก้ปัญหาการเมือง

นายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ในฐานะอดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอ คสช.ให้ยกเลิกวุฒิสภา เหลือเพียงสภาผู้แทนราษฎร ว่า ถือเป็นข้อเสนอที่ไร้การศึกษาและไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าข้อเสนอของ กกต.ที่เตรียมเสนอต่อ คสช.นั้น มาจากความรู้สึกส่วนตัวหรือไม่ แต่อยากทราบว่าแนวคิดของกกต.นั้นยึดฐานปัญหาจากอะไรถึงกำหนดเป็นข้อเสนอดังกล่าวออกมา

อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าในช่วงที่เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยกับกรณีที่ไม่ให้มีวุฒิสภา ด้วยเหตุผลขณะนั้นคือวุฒิสภา มีที่มาจากฐานเดียวกันของพรรคการเมือง เป็นเครือญาติของนักการเมือง ทำให้พบความล้มเหลวของการทำหน้าที่ ทั้งที่คุณสมบัติของวุฒิสภาต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ

"หากกกต. มองปัญหาว่าเพื่อป้องกันความขัดแย้งของการทำหน้าที่ระหว่างส.ว.และระหว่างสภาผู้แทนฯ โดยไม่เข้าใจว่าฐานของระบอบประชาธิปไตยย่อมมีความเห็นที่แตกต่าง เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ ปกป้องผลประโยชน์ และป้องกันเผด็จการรัฐสภา หากคิดแบบนั้นผมมองว่า กกต.คิดเลอะเทอะ เช่นเดียวกับการเสนอจำกัดวาระดำรงตำแหน่งของส.ส.เพื่อสกัดระบบอุปถัมภ์ของนักการเมือง คิดด้วยหรือไม่ว่าแม้อดีต ส.ส.จะไม่ลงเลือกตั้ง เขาสามารถส่งญาติ ส่งคนขับรถลงสมัครแทนได้ และเมื่อเป็นเช่นนั้นระบบอุปถัมภ์จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น"

นายคมสัน กล่าวต่อว่า หากข้อเสนอของกกต.ดังกล่าวได้รับการพิจารณาและเข้าสู่กระบวนการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปร.) จริง ตนขอให้พิจารณาถึงแก่นของปัญหาระบบการเมืองที่ผ่านมาด้วยว่าเหตุที่สภาผู้แทนฯ หรือ วุฒิสภา มีปัญหาเนื่องจากถูกกลุ่มทุนธุรกิจการเมืองครอบครองรัฐสภาเพียงกลุ่มเดียว โดยตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น กลุ่มเกษตรกร, กลุ่มผู้ใช้แรงงาน, กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มวิชาชีพ, กลุ่มนักวิชาการ, กลุ่มอาชีพอิสระ ไม่ได้มีพื้นที่ในรัฐสภา ทำให้ขาดสร้างพื้นที่ให้กลุ่มต่างๆ ดังกล่าว ดังนั้นวิธีที่จะแก้ไขปัญหาคือต้องเพิ่มพื้นที่ให้ตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ มีพื้นที่ทำงานเพื่อประโยชน์ของภาคส่วนต่างๆ ในรัฐสภาด้วย

"กรณีที่มาของ ส.ว.ที่ถือเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิ จำเป็นที่ต้องทำให้เป็นพื้นที่ของผู้ทรงคุณวุฒิที่แท้จริง โดยมีตัวอย่างจากประเทศมาเลเซียที่ผมเห็นว่าประเทศไทยควรนำมาเป็นข้อมูลพิจารณา คือ ให้จัดทำบัญชีของผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้รับการการันตีด้านความรู้ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม โดยของไทยอาจปรับใช้ด้วยการให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น ราชบัณฑิตยสถาน, สถาบันการศึกษา ทำบัญชีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการเสนอ จากนั้นให้กกต.จัดทำพื้นที่ของผู้ทรงคุณวุฒิ และให้ประชาชนไปลงคะแนนเลือกให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นส.ว. โดยวิธีการดังกล่าวเชื่อว่าจะสกัดส.ว.ที่เป็นขี้ข้านักการเมืองได้" อดีตกรรมาธิการยกร่างฯ กล่าว

รวบนักค้าอาวุธสงครามกลางกรุง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร่วมกันแถลงผลตำรวจสืบสวน สน.ลุมพินี จับกุมนายสัชญา หรือขวัญ สถิรพงษะสุทธิ อายุ 39 ปี พร้อมของกลางอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนในห้องเช่าคอนโดหรู ย่านเพลินจิต กรุงเทพฯ ได้แก่ อาวุธปืนเอ็ม 16 บรรจุแม็กกาซีนเปล่า 1 กระบอก อาวุธปืนเอ็ม 16 ดัดแปลงติดตั้งลำกล้องเก็บเสียง บรรจุแม็กกาซีน ภายในมีลูกกระสุนขนาด 5.56 บรรจุไว้ 27 นัด อาวุธปืนเล็กยาว ขนาด 7.62 มม. ดัดแปลง บรรจุแม็กกาซีน ภายในมีลูกกระสุนขนาด 7.62 บรรจุกระสุน 20 นัด อาวุธปืนยาวยี่ห้อรูเกอร์ ขนาด.22 บรรจุแม็กกาซีนภายในมีลูกกระสุนขนาด.22 จำนวน 25 นัด อาวุธปืนสั้น 3 กระบอก พร้อมกระสุนปืนชนิดต่าง ๆ รวม 3,401 นัด จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ขณะส่งมอบของกลางที่ติดต่อล่อซื้อบริเวณหน้าห้องพักเลขที่ 9/572 คอนโดมิเนียมดิ แอดเดรส ชิดลม อาคารบี ถนนเพลินจิต

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ชุดสืบสวน สน.ลุมพินี สืบทราบว่า นายสัชญามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามเป็นผู้ค้ารายใหญ่และนำอาวุธสงครามซุกซ่อนไว้ห้องจำนวนมาก จึงติดต่อล่อซื้อ นัดส่งมอบของกลางวันที่ 15 ก.ค. ที่คอนโดดังกล่าว เวลา 21.00 น. จึงจับกุมไว้ได้ พร้อมตรวจค้นห้องพัก พบอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนและยุทธภัณฑ์อีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ ของกลางบางส่วนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สอบสวนแล้วไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหายิงเอ็ม 79 ที่มีการออกหมายจับ 7 ราย ก่อนหน้านี้ โดยจะนำของกลางไปตรวจหาดีเอ็นเอ และตรวจสอบว่าเคยนำมาใช้ก่อเหตุหรือไม่ พร้อมตรวจสอบว่าเป็นของตำรวจและทหารที่เคยหายไปหรือไม่

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า อาวุธดังกล่าวเป็นของตนเองจริง โดยเป็นอาวุธปืนที่นำมาใช้ซ้อมยิง เพื่อติดต่อค้าขายกับทางกองทัพ ประกอบกับตัวเองเป็นคนชอบเล่นปืนและสะสมอาวุธปืน แต่ยืนยันว่าจะไม่แถลงข่าวและไม่ให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น ต้องการที่จะพบทนายเพียงเท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนทั้งหมดไม่มีการจดทะเบียนและขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมาย รวมทั้งระหว่างที่เข้าควบคุมตัวนั้น นายสัชญาอ้างว่าเป็นเลขานุการของ คสช.ด้วย และพยายามจะชักอาวุธปืนสั้นที่พกติดตัวยิงต่อสู้ตำรวจระหว่างเข้าจับกุม