ประธานบอร์ดสลากฯ เตรียมจัดสรรสลากฯ หมดอายุ 43 ล้านฉบับใหม่ พร้อมเสนอ คสช.แก้ไขกฎหมายสัดส่วนรายได้
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แก้ปัญหาสลากฯ เกินราคาระยะสั้นด้วยการให้ขายราคา 80-90 บาท ตามจุดจำหน่ายที่ขอความร่วมมือ สำหรับแนวทางแก้ปัญหาระยะปานกลาง วันนี้ (16 ก.ค.) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คสช. ลงนามไม่ต่ออายุสัญญาเดิมสำหรับสลากฯ รายย่อยตัวแทนทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ซึ่งหมดอายุไปแล้วในช่วงนี้ จำนวน 420,000 เล่ม หรือจำนวน 43 ล้านฉบับ เพื่อนำมาจัดสรรใหม่มีผลงวดวันที่ 16 สิงหาคม 2557 เน้นให้ผู้มีอาชีพขายสลากจริงเป็นการชั่วคราว 3-6 เดือน
ทั้งนี้ ยังเน้นจัดสรรให้กลุ่มเดิมที่ได้รับโควตา แต่จะให้รายใหม่ที่ไม่มีโอกาสด้วยเช่นกัน ยอมรับว่าการปรับโควตาใหม่ครั้งนี้มีสัดส่วนเกินครึ่งของการจำหน่ายสลากฯ ทั้งหมด ซึ่งน่าจะทำให้การจำหน่ายเป็นธรรมมากขึ้น จากนั้นจะปรับแนวทางการจัดสรรสลากฯ ที่หมดโควตาในช่วงปลายปีนี้และกลางปีหน้า ซึ่งรวมทั้งที่จัดสรรให้สมาคม มูลนิธิต่างๆ และบริษัทเอกชนรายใหญ่ จึงเป็นการปรับโควตาใหม่ทั้งหมด 72 ล้านฉบับ เพื่อมุ่งเน้นการแก้ปัญหาสลากฯ แบบเดิมที่มีอยู่ จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับสลากฯ รูปแบบใหม่ เพราะต้องปล่อยให้เป็นการพิจารณาของศาลปกครอง ซึ่งอยู่ระหว่างการฟ้องร้อง
เมื่อยึดรูปแบบจำหน่ายแบบเดิมแล้ว อาจต้องเสนอแก้ไขกฎหมายสำนักงานสลากฯ โดยนำร่างกฎหมายเดิมที่มีอยู่และยกร่างขึ้นใหม่ เพื่อเสนอให้ คสช.พิจารณาหลายแนวทาง จากนั้นจะเสนอสภานิติบัญญัติพิจารณา เบื้องต้นอาจต้องแก้ไขโครงสร้างสัดส่วนรายได้ จากปัจจุบันรายได้จากการขายสลากร้อยละ 28 ส่งเข้าคลัง รายได้ร้อยละ 60 ใช้เป็นเงินรางวัล รายได้ร้อยละ 12 เป็นต้นทุนการบริหารจัดการ ซึ่งอาจปรับสัดส่วนดังกล่าวและนำไปสู่การพิจารณากำหนดราคาสลากใหม่ ซึ่งอาจเป็นทั้ง 80, 90, 100 บาท แล้วแต่การพิจารณา เพราะการแก้ปัญหาสลากแบบยั่งยืนตามนโยบาย คสช. จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากนักวิชาการ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และส่วนต่างๆ เพื่อนำมาสรุปหาแนวทางแก้ปัญหา ยืนยันจะไม่นำไปสู่การมอมเมาประชาชน
นายสมชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เร่งรัดให้สรรหาผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หลังจากคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว คาดว่าจะคัดเลือกผู้อำนวยการได้ภายในสิ้นเดือนนี้ จากนั้นเดือนสิงหาคมผู้อำนวยการคนใหม่จะเริ่มเข้ามาทำงานได้ และจะเริ่มประชุมบอร์ดสลากพิจารณาในเรื่องต่างๆ ที่ค้างมานาน ส่วนกรณีสลากเริ่มลดราคาและขายไม่หมดจำนวนมาก ยอมรับว่าอาจเป็นช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกและช่วงฤดูฝน ทำให้มีการซื้อสลากฯ น้อยลง แต่เมื่อมีการแก้ปัญหาทั้งระบบในการขายสลากฯ แล้ว คาดว่าสถานการณ์ขายสลากฯ น่าจะดีขึ้น





