วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เผือกร้อน'ในมือคสช. เลือกตรงนายกฯ-ล็อกส.ส.2สมัย?

(วิเคราะห์)"เผือกร้อน"ในมือคสช. เลือกตรงนายกฯ-ล็อกส.ส.2สมัย คาดหนีไม่พ้นแรงต่อต้านหนักจากนักการเมือง

ข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการปฏิรูประบบเลือกตั้ง ที่ได้สรุปส่งไปยังคณะทำงานด้านการปฏิรูป ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน มีหลายประเด็นที่ "ฝ่ายการเมือง" ไม่เห็นด้วยและตั้งป้อม "คัดค้าน"

ประเด็นที่ "นักการเมือง" จากสองพรรคใหญ่คือ "ประชาธิปัตย์" และ "เพื่อไทย" ไม่เห็นด้วยพ้องกันคือ "การห้ามส.ส.ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 สมัย หรือ 8 ปี"

วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แสดงท่าทีคัดค้านต่อประเด็นนี้ โดยบอกว่า ควรดูการทำงานและประสบการณ์ทางนิติบัญญัติของส.ส. มากกว่าจะมาล็อกคุณสมบัติแบบนี้ เพราะบางคนมีประสบการณ์จากการทำซ้ำ ทำมากในพื้นที่

"สิ่งที่ควรให้น้ำหนักคือ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตัวแทนของเขา และส.ส.จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองเพื่อป้องกันพวกชอบเอาเปรียบ ที่สำคัญอย่าให้พรรคการเมืองมีอำนาจเหนือส.ส. เพราะตัวแทนของประชาชนต้องมีอำนาจเหนือพรรคการเมือง"

ส่วนการห้ามสามี ภรรยา และบุตรลงสมัครส.ส.-ส.ว.ในวาระเดียวกัน วิรัตน์ ชี้ว่า อาจสุ่มเสี่ยงต่อการขัดสิทธิบุคคล ซึ่งหากจะทำเช่นนั้นต้องมีเหตุผลมาอธิบายให้ชัดเจน อย่างกรณี ส.ส.และส.ว.ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายต้องใช้อำนาจตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน

วิรัตน์ บอกว่าส่วนประเด็นที่เห็นด้วยกับข้อเสนอ กกต.คือ กรณีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นจากตำแหน่ง โดยไม่ต้องรักษาการ และการให้อำนาจกกต.เป็นผู้เสนอหรือกำหนดวันเลือกตั้ง โดยไม่ต้องขอความเห็นจากนายกฯ เพราะสามารถลดการได้เปรียบและเสียเปรียบทางการเมืองได้

ขณะที่ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นอีกคนที่แสดงความเห็นคัดค้านข้อเสนอ กกต. โดยเฉพาะประเด็นการจำกัดวาระให้เป็นส.ส.ได้แค่ 2 สมัย

นิพิฏฐ์ ระบุว่า ขอให้กกต.ลองคิดดูว่า 1.ไม่มีประเทศประชาธิปไตยหลักๆ ประเทศไหน ที่จำกัดวาระฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะระบอบประชาธิปไตยต้องการฝ่ายนิติบัญญัติที่เชี่ยวชาญในการออกและแก้ไขกฎหมาย รู้ปัญหาของประชาชน ฝ่ายนิติบัญญัติหากเลือกตั้งแล้วไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านและตรวจสอบรัฐบาล หากนำส.ส.สมัยแรกหรือไม่เกินสมัยที่ 2 ตรวจสอบรัฐบาล รับรองปวกเปียกเหมือนขนมเปียกปูน ถ้าอย่างนั้นเสร็จรัฐบาล

และ 2.สมมุติว่าเที่ยวหน้า พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และเป็นต่อ 2 สมัย พอถึงสมัยที่ 3 หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เป็นนายกฯมา 2 สมัย และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ที่เป็นฝ่ายค้านมา 2 สมัย ลงเลือกตั้งไม่ได้แล้ว เพราะจะเกิน 2 สมัย ก็ต้องเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ หากปชป.ชนะ จะได้นายกฯ และ ครม.ที่เพิ่งเป็น ส.ส.สมัยแรกหมดทั้งชุด และจะได้ฝ่ายค้านที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.สมัยแรก

"เขาจำกัดแค่วาระของนายกฯ หรือประธานาธิบดีกัน แต่ไม่มีที่ไหนจำกัดวาระของส.ส." รองหัวหน้าปชป.ระบุผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว

ส่วนท่าทีของพรรคเพื่อไทย อำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย และอดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) บอกเช่นกันว่า ไม่เห็นด้วยที่กกต.ออกกฎห้ามส.ส.ดำรงตำแหน่งติดต่อกัน 2 วาระ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

"ผมไม่อยากให้เปลี่ยนกติกาการเลือกตั้งมากนัก หากจะเปลี่ยนต้องเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้าง และกกต.ชุดปัจจุบัน ควรยุติบทบาท แล้วให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดการเลือกตั้งเหมือนเดิม ซึ่งจะไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ และมีความเป็นธรรมมากกว่า"

นอกจากนี้ยังไม่เห็นด้วยที่จะให้นายกฯ และ ครม.ที่พ้นจากตำแหน่งโดยไม่ต้องรักษาการ เพราะหากรัฐบาลไม่รักษาการ แล้วใครจะบริหารประเทศ อาจเกิดการประท้วงในภายภาคหน้าได้

ขณะที่ นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา แสดงความเห็นถึงข้อเสนอกกต.ในส่วนของ ส.ว.ว่า น่าจะคงส.ว.เลือกตั้งและสรรหาไว้เช่นเดิม แต่กรณีที่บอกว่าปราชญ์ชาวบ้านไม่สามารถผ่านการเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่ได้นั้น อยากให้พิจารณาถึงภาระหน้าที่ของสภาสูง ส.ว.มีหน้าที่การกลั่นกรองกฎหมาย ซึ่งสามารถแต่งตั้งปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมาธิการได้อยู่แล้ว และหากต้องการให้ปราชญ์ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในสภาสูงผ่านการเลือกตั้งก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแค่ไปแก้ข้อจำกัดคุณสมบัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะการแข่งขันการเลือกตั้งของ ส.ว.นั้น มีข้อกำหนดที่เคร่งครัดมากกว่า ส.ส.โดยเฉพาะการหาเสียง ซึ่งไม่ได้สร้างความเสียเปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้สมัครมากนัก

อดีตประธานวุฒิสภา ยังเสนอแนะว่า อยากขอให้ กกต.พิจารณาถึงการควบคุมส.ว.สรรหาด้วย เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ส.ว.สรรหา ที่ได้มามักไม่ตรงกับภาควิชาชีพที่เสนอชื่อมา บุคคลที่มีความรู้ความสามารถมีผลงานเป็นที่ยอมรับจากสังคมอย่างเห็นได้ชัด กลับไม่เคยถูกสรรหาเข้ามาทำหน้าที่

"กกต.อย่าหลงประเด็น หากต้องการทำข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง ก็อยากให้เชิญฝ่ายการเมืองทั้ง ส.ส.และส.ว.เข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์และเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรงด้วย"นิคมระบุ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความเห็นเรื่องปฏิรูประบบเลือกตั้ง ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ได้ลงนามเสนอไปยังคณะทำงานด้านการปฏิรูปของ คสช.แล้ว แต่เป็นเพียงการเสนอข้อดีข้อเสียในแต่ละประเด็นว่าควรปรับปรุงอย่างไร รวมถึงข้อดีข้อเสียการได้มาซึ่งการเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง และการสรรหานายกฯ ผ่านระบบรัฐสภา

เท่าที่ดูนอกจากประเด็น "จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งส.ส.แค่ 2 สมัยแล้ว" ประเด็น "การเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง หรือการสรรหานายกฯ ผ่านระบบรัฐสภา" คงจะเป็นอีกประเด็นที่ถือเป็น "เผือกร้อน" ให้ คสช.ต้องคิดหนักก็ว่าได้ เพราะหากเคาะให้มี "การเลือกตั้งนายกฯโดยตรง" คงหนีไม่พ้นต้องมีแรงต่อต้านอย่างหนักจาก "นักการเมือง" แน่นอน

แต่คสช.จะพิจารณาอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกกต. เชื่อว่าคงยังไม่ได้บทสรุปเร็ว ๆ นี้ น่าจะรอจนกว่าจะมีการจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้นมาก่อน แล้วค่อย "ขมวดปม" ชงให้สภาปฏิรูปพิจารณาชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะสัมพันธ์กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2558 ต่อไปนั่นเอง