"พงศพัศ"เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจ.นครศรีฯปูพรม 126 เป้าหมาย จับผู้ค้า109คน ผู้เสพ52คน ยึดยาบ้า 9,052เม็ด
วานนี้ (14 ก.ค.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายอภินันท์ ซื่อทานุวงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช พล.ต.นพวงศ์ สุระวิชัย รองแม่ทัพภาค 4 พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันทร์ รอง ผบช.ปส. ได้ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. เพื่อร่วมปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเอ็กซเรย์แหล่งชุมชนแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่ 23 อำเภอของ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีเป้าหมายเข้าดำเนินการ 126 เป้าหมาย รวมถึงชุมชนหน้าสถานีรถไฟ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการจับกุมนางจินดา (หรือดา) พันธลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้ขายยาเสพติดให้กับนายวันชัย (หรือเกม) แสงขาว ผู้ต้องหาข่มขืนแล้วฆ่า น้องแก้ม รวมทั้งการออกหมายจับนายวิชัย (หรือตุ้ย) รัตนอุบล พ่อค้ารายย่อยในชุมชนซึ่งเป็นคนนำยาบ้ามาขายให้กับนางจินดาอีกทอดหนึ่ง โดยภายหลังการปล่อยแถวแล้ว พล.ต.อ.พงศพัศ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางลงไปในพื้นที่ชุมชนหน้าสถานีรถไฟร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ โดยนำสุนัขตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนเข้าร่วมตรวจค้นด้วย โดยในการตรวจค้นครั้งนี้ได้ตรวจค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยจำนวน 6 เป้าหมาย พบของกลางยาบ้าและผู้เสพจำนวนหนึ่ง
พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยภายหลังการปฏิบัติการในครั้งนี้ว่า เป็นการดำเนินการกับกลุ่มพ่อค้ารายย่อยในชุมชนต่างๆ 126 แห่ง ในพื้นที่ 23 อำเภอ ของ จ.นครศรีธรรมราช โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่จับกุมนางจินดาเป็นต้นมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 109 คน พร้อมของกลางยาบ้า 9,052 เม็ด และพืชกระท่อมสด 110 ก.ก. ซึ่งผู้ต้องหาที่เป็นกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่ถูกจับกุมได้ทำการขยายผลเพื่อสืบหาโครงข่ายที่เกี่ยวข้องและขยายผลดำเนินการกับกลุ่มพ่อค้ารายใหญ่ต่อไป โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะดำเนินการตามมาตรการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สำหรับในส่วนของผู้เสพ 52 คน ที่ถูกจับกุมได้นั้น ทั้งหมดสมัครใจที่จะเข้ารับการบำบัด และหลังจากผ่านการบำบัดแล้ว ผวจ.นครศรีธรรมราชจะรับผิดชอบในการติดตามและเฝ้าระวังดูแลไม่ให้ผู้เสพเหล่านี้กลับไปใช้ยาเสพติดอีก โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้ ถือเป็นต้นแบบที่จะขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่มีพื้นที่การแพร่ระบาดของยาเสพติดในลักษณะเดียวกัน
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า สำหรับชุมชนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟ จ.นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ที่การรถไฟได้ให้ประชาชนเข้ามาเช่าพักอาศัย ซึ่งมีลักษณะเป็นชุมชนแออัด มีคุณภาพชีวิตที่ค่อนข้างจะต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งจะได้ประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทยในการพัฒนาพื้นที่
ส่วนการพัฒนาคุณภาพชีวิต ท่าน ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้รับที่จะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้นต่อไป ส่วนชุมชนที่อยู่อาศัยที่อยู่ตรงข้ามหรืออยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานีรถไฟของจังหวัดต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่การแพร่ระบาดของยาเสพติดเช่นเดียวกันนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมเอ็กซเรย์เชิงรุกเพื่อจับกุมผู้ค้ารายย่อย นำผู้เสพไปบำบัด และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง เป็นชุมชนที่ปลอดจากยาเสพติด และเป็นชุมชนสีขาวต่อไป





