"จเร-นรรัตน์"ยันเบิกจ่ายเบี้ยปช.กมธ.-เงินกองทุนสงเคราะห์อดีตสมาชิกรัฐสภาเป็นไปตามกม. ปัดถูกสั่งทบทวน
จากกรณีที่ พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีกองทัพบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระบุถึงการออกคำสั่งให้ทางรัฐสภาทบทวนโครงการที่ดำเนินการล่าช้า ได้แก่ การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย และโครงการที่พักสวัสดิการข้าราชการรัฐสภา รวมถึงทบทวนการเบิกจ่ายงบประมาณ
โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนสงเคราะห์ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาและการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมของกรรมาธิการ ที่พบว่ามีความไม่โปร่งใสและส่อผิดระเบียบ นั้น นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดและข้อเท็จจริงในคำให้สัมภาษณ์ของพล.ท.อนันตพร ดังกล่าว แต่ในกรณีของการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมกรรมาธิการฯ หรือ การจ่ายเงินสงเคราะห์ให้อดีตสมาชิกรัฐสภานั้น มีกฎหมายที่เขียนกำกับการดำเนินการไว้แล้ว เช่น กรณีการเบิกเบี้ยประชุมของกรรมาธิการฯ ในระเบียบได้กำหนดไว้ว่าจะเบิกได้วันละ 2 ครั้งเท่านั้น
หากมีการเข้าประชุมกรรมาธิการฯ ที่เกินกว่า 2 ครั้ง สมาชิกฯจะไม่สามารถรับเบี้ยประชุมในครั้งที่ 3 ได้ นอกจากนั้นมีระบบการตรวจสอบ ขณะที่การจ่ายเงินสงเคราะห์ให้อดีตสมาชิกรัฐสภา มีกฎหมายรองรับ ถ้าอดีตสมาชิกคนใดที่จะได้รับการสงเคราะห์ต้องเป็นไปตามกฎหมาย เช่น แสดงเจตจำนงค์เข้าร่วมโครงการ เป็นต้น
“ขณะนี้มีกฎหมายกำกับการทำงานไว้ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่หากพบความไม่เหมาะสม หรือไม่สมควร เป็นสิ่งที่พิจารณาต่อไป ซึ่งสามารถทำได้ด้วยขั้นตอนของการพิจารณาปรับแก้กฎหมาย ส่วนสมาชิกสภานิติบัญญัติชุดใหม่จะเข้ามาดำเนินการได้เลยหรือไม่ ตนตอบไม่ได้ เพราะต้องดูรายละเอียดที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญต่อประเด็นอำนาจของการเสนอร่างกฎหมายหรือปรับแก้กฎหมาย ว่าจะเป็นในส่วนเฉพาะคณะรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ขณะนี้เมื่อกฎหมายบังคับเช่นไรก็ต้องปฏิบัติตามเช่นนั้น” นางนรรัตน์ กล่าว
ขณะที่ นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุต่อเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกันว่าการดำเนินการใดๆ หากมีกฎหมายบังคับใช้ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น กรณีที่มีข้อท้วงติงถึงความไม่เหมาะสมนั้นต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้งว่าจะทำได้หรือไม่
แหล่งข่าวระดับสูงจากรัฐสภาแจ้งว่ากรณีการทบทวนการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้อดีตสมาชิกรัฐสภานั้นส่วนงานของคตร. ที่เข้ามาตรวจสอบด้านงบประมาณนั้นเคยพูดลักษณะเปรยๆ ว่า “การจ่ายเงินให้กับนักการเมืองลักษณะที่มันผิดมนุษย์มนาขอให้พิจารณาให้ดี” แต่ไม่ได้ถือเป็นการออกคำสั่งให้ปฏิบัติตามเช่นไร ดังนั้นทางคณะกรรมการกองทุนจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตามในขั้นตอนของการรับเงินกองทุนทางสมาชิกฯ ต้องแสดงเจตจำนงค์เข้าร่วมกองทุน จากนั้นจะมีการส่งเบี้ยเข้าสมทบกองทุนทุกเดือน แต่ในส่วนของอดีตสมาชิกส.ส. บางคนที่เป็นส.ส.มานานหลายสมัย ปัจจุบันยังคงได้รับเงินกองทุนดังกล่าวเป็นประจำ เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี หลายสมัยยังคงได้รับเบี้ยจากกองทุนดังกล่าวเป็นรายเดือนๆ ละ กว่า 4 หมื่นบาท





