วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวระยองฟ้องศาลเพิกถอนใบอนุญาตรง.ถ่านหินโค้ก

สมาคมต้านโลกร้อน-ชาวบ้านมาบข่าจ.ระยองร้องศาลปค.กลางเพิกถอนใบอนุญาตโรงงานเผาถ่านหินโค้กส่งอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก

ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน , พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และตัวแทนประชาชนที่ได้รับมอบอำนาจ จากชาวบ้านพื้นที่ ต. มาบข่า ต.นิคมพัฒนา ต.ห้วยโป้ง ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง รวม 71 คน ยื่นฟ้อง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม , ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม , รมว.อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1 - 4 เพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการโรงงาน (ใบ รง.4) ที่ออกให้บริษัทไทยเจนเนอรัลไนซ์โคล แอนโค้ก จำกัด

พร้อมทั้งขอให้ศาลสั่งผู้ถูกฟ้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการออกคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งให้บริษัทไทยเจนเนอรัลฯ ดำเนินการ ตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 วรรคสอง ให้จัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ก่อนที่จะยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และให้รื้อถอนโรงงานและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกให้ทั้งหมดเสียก่อน

รวมถึงให้สั่งผู้ถูกฟ้อง ต้องจัดให้มีวิธีการที่จะให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งจ.ระยอง เข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการดังกล่าวซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ และให้ผู้ถูกฟ้อง ต้องร่วมกับประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย จัดทำแผนหรือมาตรการขจัดมลพิษ จ.ระยองในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ

โดยนายศรีสุวรรณ นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า เหตุที่ต้องฟ้องคดี เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เซ็นอนุมัติออกใบอนุญาต รง. 4 ให้กับบริษัทไทยเจนเนอรัล ฯ ซึ่งก่อนหน้านั้นได้รับอนุญาตจากเทศบาลเมืองมาบตาพุด ให้ก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง รวม 28 อาคารในเนื้อที่ 460 ไร่ของ ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งถือว่าอยู่ในเขตควบคุมมลพิษ เพื่อทำเป็นโรงงานในการเผาถ่านหินให้กลายเป็นถ่านหินโค้ก ที่จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก ถือว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ทั้งที่ในประเทศไทยไม่มีอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก จึงสันนิษฐานได้ว่าเป็นการตั้งโรงงานเพื่อเผาทำถ่านหินโค้กที่จะส่งไปยังประเทศจีน

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้การก่อสร้างโรงงานได้เสร็จสิ้นแล้วและกำลังที่จะเริ่มผลิต โดยมีเป้าหมายการผลิตให้ได้ถ่านหินโค้กปีละไม่ต่ำว่า 5 แสนตัน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่คัดค้านมาตลอดตั้งแต่รู้ว่าจะมีการก่อตั้งโรงงานดังกล่าวขึ้น เพราะหากเริ่มการผลิตก็จะสร้างมลพิษ มลภาวะให้เกิดขึ้นกับชุมชนและเป็นภัยต่อสุขภาพเหมือนกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง รวมทั้งยังมีข้อมูลว่าสมัยที่นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ก็เคยมีหนังสือถึงอุตสาหกรรมจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องในนามคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กกร.จ.ระยอง ว่ามีมติคัดค้านการจัดตั้งโรงงานดังกล่าว และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ก็มีมติเมื่อเดือน ส.ค.56 ว่าการจะจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมถ่านหินโค้ก ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฯ ปี 2550 มาตรา 67 วรรคสอง ที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เนื่องจากถือว่าเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน แต่เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ ทำให้ยังไม่มีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ จึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาศัยช่องว่างดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการพิจาณาอนุมัติให้ออกใบ รง. 4