วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจงโรดแมพทูตทหาร

แจงโรดแมพทูตทหาร คสช.ตั้ง"สนช.-ครม.-เฟ้นสภาปฏิรูป"เดือนกย. ตร.รวบมือปืนยิง"สุทิน" ชี้หลักฐานมัดแน่น

คสช.แจงโรดแมพต่อผู้ช่วยทูตทหาร ยันตั้ง"สนช.-ครม.-สรรหาสภาปฏิรูป"เสร็จเดือนก.ย. สภาปฏิรูปทำงาน 10 เดือนก่อนส่งข้อเสนอให้ยกร่างรธน.ฉบับถาวรภายในก.ค.ปีหน้า พร้อมเลือกตั้ง ส.ส.-สว.ปลายปี 58 เผยบางประเทศขอเข้าร่วมสภาปฏิรูป-ชมทำลายอาวุธสงคราม กกต.เมินทบทวนข้อเสนอรื้อระบบเลือกตั้ง

พล.ต.ปณต แสงเทียน เจ้ากรมข่าวทหารบก พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้านต่างประเทศ ได้ร่วมชี้แจงทำความเข้าใจต่อผู้ช่วยทูตทหาร 20 ประเทศ อีกครั้งโดยมีตัวแทน 5 ประเทศ ที่ไม่มีผู้ช่วยทูตทหาร แต่เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ได้แก่ อิสราเอล บังคลาเทศ บรูไน เนปาล และ ยูเครนที่กองทัพบก เมื่อวานนี้(9 ก.ค.)

พล.ต.ปณต ได้ย้ำถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศของ คสช.(โรดแมพ) ว่า ระยะที่ 1 การร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จะทำคู่ขนานไปกับการแก้ไขปัญหาประเทศ โดยเดือน ก.ค.2557 จะนำร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวขึ้นทูลเกล้าฯ และบังคับใช้ ระยะที่ 2 จัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) และการจัดตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.2557

ช่วงเดือน ต.ค.2557 จัดตั้งสภาปฏิรูปฯ และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ส่วนช่วงเดือน ต.ค.2557-ก.ค.2558 สภาปฏิรูปฯ จะจัดทำข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร และเดือน ก.ค.2558 รัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้วเสร็จ

สำหรับระยะที่ 3 รัฐธรรมนูญฉบับถาวรมีผลบังคับใช้ ช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.2558 และจัดเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา(ส.ส.-ส.ว.) ซึ่งภายในปี 2558 จะเสร็จสิ้นทุกกระบวนการที่นำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

เผยบางชาติขอเข้าร่วมสภาปฏิรูป

ด้าน พ.อ.วินธัย กล่าวภายหลังชี้แจงผู้ช่วยทูตทหารว่า ผู้ช่วยทูตทหารหลายประเทศยังมีคำถามหลายประเด็น โดยเฉพาะการตั้งสภาปฏิรูปฯโดยเสนอความเห็นขอให้มีองค์กรต่างประเทศเข้าร่วมด้วย เพื่อช่วยดูรายละเอียด เพราะประเทศเหล่านั้นอาจมีผลประโยชน์ในแง่ของเศรษฐกิจของประเทศเขาเองด้วย ซึ่งทีมโฆษก คสช.ได้ชี้แจงว่าเรื่องการตั้งสภาปฏิรูปฯรายละเอียดจะอยู่ในระยะที่ 2 หลังจากที่มี สนช. แล้วจะมีการจัดตั้งสภาปฏิรูปฯ ขึ้นมาได้

ทั้งนี้ ผู้ช่วยทูตทหารยังได้สอบถามถึงการดำเนินการการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในระยะแรก ซึ่งได้ชี้แจงไปว่า เป็นช่วงที่ต้องการทำให้สังคมทุกระดับมีปฏิสัมพันธ์ ทัศนคติที่ดีและเกิดความรักสามัคคีกันในระดับหนึ่ง เพื่อเป็นพื้นฐานดำเนินการในการปฏิรูปประเทศขั้นต่อไป

ผช.ทูตทหารถามถึงโครงการขนาดใหญ่

นอกจากนั้น ยังมีผู้ช่วยทูตทหารบางประเทศ สอบถามถึงโครงการขนาดใหญ่ ทางทีมโฆษก คสช.ได้ชี้แจงว่า โครงการเร่งด่วนจะดำเนินการตามแผนงบประมาณปี 2557 ที่เหลือเวลาบริหาร 3-4 เดือนเท่านั้น เพราะฉะนั้น โครงการใหญ่จึงยังไม่ได้มีการพิจารณา แต่โครงการบริหารจัดการน้ำที่เป็นไปตามแผนปี 2557 จะเป็นลักษณะการบริหารจัดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นไปตามเป้าหมายที่ตรงกับความต้องการกับประชาชนมากที่สุด

สำหรับการพิจารณางบประมาณในภาพรวมนั้น ทีมโฆษก คสช.ได้ชี้แจงว่า ในลำดับต่อไปขึ้นอยู่กับสภาพรูปแบบการบริหารราชการในขณะนั้น โดยขณะนี้ คสช.ยังบริหารงานงบประมาณตามขั้นตอนปกติ โดยให้หน่วยงานเสนอขึ้นมา เพื่อพิจารณาตามลำดับขั้น เมื่อยังไม่มีรัฐบาลก็อยู่ในอำนาจการอนุมัติของคสช.

ทูตทหารขอร่วมชมทำลายอาวุธสงคราม

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ผู้ช่วยทูตทหารยังได้เสนอแนะว่า ที่ผ่านมา คสช.มีการจับอาวุธได้จำนวนมาก หากมีการทำลายอาวุธสงครามเหล่านั้น ก็ขอให้ผู้ช่วยทูตทหารเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เพราะการทำลายอาวุธสงครามเป็นสิ่งที่ดี ถือเป็นการทำลายอาวุธสงครามนอกระบบ ซึ่งทีมโฆษกคสช.ชี้แจงว่า อาวุธสงครามที่ตรวจจับได้ อยู่ในแผนที่จะมีการทำลายอยู่แล้ว รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายทั้งหมด เช่นตู้ม้า และยาเสพติด แต่เรื่องของอาวุธจะต้องมีกระบวนการสืบสวน สอบสวน ที่จะต้องรอให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อน

นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยกรณีที่มีการจับกุมกลุ่มบุคคลหน้าสถานทูตสหรัฐ และการเชิญบุคคลมารายงานตัว โดยได้ชี้แจงว่า ในปัจจุบันการเชิญบุคคลเข้ามารายงานตัวแทบจะไม่มีแล้ว และผู้ที่มารายงานตัวส่วนใหญ่ก็เป็นการเรียกมาทำความเข้าใจ แต่กลับบ้านกันหมดแล้ว

“อภิสิทธิ์"แนะคสช.เปิดแสดงความเห็นปฏิรูป

ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี คสช.เชิญผู้ช่วยทูตทหารเข้าชี้แจงถึงการดำเนินงานของ คสช.ว่า คสช.ได้ประกาศตารางการทำงานและการเลือกตั้งที่ชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าต่างชาติคงจับตาดูว่าได้เดินไปตามตารางที่ประกาศไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ระบุชัดว่าในระยะที่ 1 ต้องใช้เวลา 3 เดือน ขณะนี้ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นไปตามตารางการทำงาน

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการที่ หัวหน้า คสช.จะเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองและตารางการทำงาน เพราะคิดว่าบางเรื่องไม่อยากให้เกิดความสับสน และจะได้ชี้แจงไปในแนวทางเดียวกัน แต่ก็ควรเปิดโอกาสให้ภาคส่วนอื่น ๆ แสดงความคิดเห็นในกระบวนการปฏิรูปโดยสุจริต เพื่อให้บรรยากาศการปฏิรูปเดินหน้าไปได้

"ผมนึกไม่ออกว่าถ้าต้องการมีกระบวนการปฏิรูปแล้ว ไม่สามารถแสดงความเห็นได้ กระบวนการปฏิรูปจะเดินได้อย่างไร เพราะหลักการการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ถ้าเปิดโอกาสให้คนแสดงความเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ด้วยความสุจริต ไม่ก่อให้เกิดความกระทบต่อความมั่นคงก็จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็น”

กกต.เมินทบทวนรื้อระบบเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เมื่อวานนี้ ที่ประชุมได้หยิบยกกระแสการแสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับข้อเสนอของกกต.ในการแก้ไขกฎหมายเพื่อการปฏิรูปการเลือกตั้ง ทั้งจากพรรคการเมืองและนักวิชาการขึ้นมาพูดคุยกัน ในทำนองว่ามีหนังสือพิมพ์นำเสนอว่ามีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเครียดหรือเห็นว่าจะต้องมีการทบทวนข้อเสนอที่มีการจัดส่งไปยังคณะทำงานปฏิรูปการเมืองของคสช.ใหม่

โดยที่ประชุมกกต.พูดคุยกันว่า สิ่งที่ส่งไปที่คณะทำงานปฏิรูป เป็นเพียงการเสนอข้อดี ข้อเสีย ไม่ได้มีการระบุเฉพาะเจาะจงว่าต้องมีการแก้ไขเป็นอย่างไร การพิจารณาเป็นหน้าที่ของสภาปฏิรูปที่จะเห็นอย่างไร และเมื่อมีข้อเสนอออกไป การมีคนเห็นด้วยหรือคัดค้านก็เป็นเรื่องธรรมดา

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งนักวิชาการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอการปฏิรูปการเลือกตั้งของกกต.ว่า กกต.เคารพและน้อมรับทุกข้อคิดเห็นที่มี แต่ที่กกต.ได้มีข้อเสนอดังกล่าวเป็นการรวบรวมจากประสบการณ์การจัดการเลือกตั้งมากกว่า 16 ปี ไม่ใช่เสนอไปตามสิ่งที่คสช.ต้องการจะเห็น และเห็นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการสืบทอดอำนาจทางการเมืองได้

อีกทั้งที่ผ่านมาสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็เคยมีการเสนอแก้ไขกฎหมายไม่ให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกันเกินกว่า 2 วาระ เรื่องดังกล่าวกกต.จึงไม่ขอโต้แย้ง และอยากให้ทุกคนที่มองโลกในแง่ดี และเป็นนักการเมืองมาหลายสมัยได้เสียสละเวลารวบรวมความคิดและเขียนส่งความคิดเห็นดังกล่าวไปให้กับสภาปฏิรูป ที่พร้อมจะรับความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

"ข้อเสนอนี้เป็นเพียง 1 ใน 4 ที่กกต.ได้รวบรวมตอบโจทย์ 6 ข้อที่คณะทำงานด้านการปฏิรูปของ คสช. ให้มา โดยมีเนื้อหา 20 หน้า การหลุดไปเพียงเท่านี้กกต.ก็โดนกระหน่ำ แต่ของจริงคือรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่กกต.ดูแลอยู่รวม 5 ฉบับ ซึ่งกกต.จะพิจารณาจากเฉพาะที่กกต.มีอำนาจและมีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในระดับสำนักงานจะเริ่มพิจารณาในสัปดาห์หน้า และจะพิจารณาทุกวันจนกว่าจะเรียบร้อยเพื่อจะได้แล้วเสร็จโดยเร็ว"

ตร.รวบมือยิง"สุทิน ธราทิน"

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นางสาโรจน์ ธราทิน มารดาของนายสุทิน ธราทิน แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย เดินทางเข้าพบและมอบดอกไม้ขอบคุณ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม พล.ต.ท.ชัยยง กีรติขจร พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะ หลังจากมีการออกหมายจับ และจับกุมมือยิงนายสุทินได้

พล.ต.ท.ชัยยง เปิดเผยว่า ตำรวจสามารถจับกุมนายสุรกริช ชัยมงคล ผู้ต้องหาร่วมกันยิงนายสุทิน ธราทิน เสียชีวิตระหว่างขึ้นรถปราศรัยคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้า เหตุเกิดที่วัดศรีเอี่ยม ย่านบางนา ในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาได้แล้ว โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ศาลได้อนุมัติหมายจับนายสุรกริช ซึ่งทางตำรวจตามจับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

ทั้งนี้จากพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า นายสุกิจ เป็นมือปืนที่ยิงนายสุทิน แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยรับเป็นเจ้าของอาวุธปืน แต่ไม่รับว่าเป็นคนยิง ขณะนี้ควบคุมตัวไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า การออกหมายจับนายสุรกริช เนื่องจากชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ นำภาพวงจรปิด และภาพถ่ายที่มี มาดูซ้ำ ตนดูประมาณ 20 รอบ พบว่าวิถีการยิงจากข้างล่างขึ้นบน กระสุนเข้าทางใต้ราวนมขวา เฉียงขึ้นทะลุศีรษะ เป็นรูใหญ่ ตรวจสอบพบใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงระยะใกล้ไม่เกิน 20 เมตร จึงจำกัดวงคนร้ายต้องอยู่ในระยะรัศมี 20 เมตรรอบตัวนายสุทิน ทำให้ตัดคนที่อยู่นอกรัศมีออกได้ นอกจากนี้ยังพบหัวกระสุน 2 หัว และปลอกกระสุน 4 ปลอก รวมทั้งขนาด 11 มม.ทั้งหมด จึงนำไปตรวจเปรียบเทียบกับอาวุธปืนที่เคยใช้ก่อเหตุ ในระบบของตำรวจ โดยไปตรงกับปืนกระบอกหนึ่งซึ่งมีนายสุรกริช เป็นผู้ครอบครอง และเคยถูกจับกุมข้อหาครอบครองอาวุธปืนก่อนหน้านี้ จากนั้นตรวจสอบประจักษ์พยาน ซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ ยืนยันภาพในที่เกิดเหตุว่าเห็นนายสุรกริช อยู่ในจุดเกิดเหตุในระยะ 3 เมตร จึงนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับ และเข้าจับกุมได้ในวันนี้

"เบื้องต้นเชื่อว่านายสุรกริช เป็นผู้ยิงนายสุทิน โดยการสืบสวนทราบว่า นายสุรกริช เป็นกลุ่มแนวร่วมฝ่ายตรงข้ามของนายสุทิน ด้วย"