ไต่สวน"สุเทพ-รองผบช.น."ฟ้องคดี"ธาริต"แถลงข่าวหมิ่นสำนวนโครงการสร้างโรงพักทดแทน369แห่ง นัดอีกครั้ง15ก.ย.
ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.1940/2556 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , บริษัท มติชน จำกัด ( มหาชน) , นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา , บริษัทข่าวสด จำกัด และนายสุริวงศ์ เอื้อปฏิภาณ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ก.พ.- 5 มี.ค.56 นายธาริต แถลงข่าวกล่าวหา นายสุเทพ ขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในการทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 หลัง
โดยวันนี้ นายสุเทพ โจทก์และพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ปฎิบัติหน้าที่ รอง ผบช.น. เป็นพยานเข้าไต่สวน ซึ่ง นายสุเทพ เบิกความสรุปว่า นายธาริต จำเลยที่ 1 แถลงข่าวว่าโจทก์ เข้าไปแทรกแซงและเปลี่ยนวิธีการประกวดราคาก่อสร้างโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจผิดไปจากมติ ครม. ในช่วงปี 2552 และยังมีการกล่าวหาว่ากระทำผิด พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือการฮั้วประมูล โดยจำเลยที่ 1 ยังแถลงข่าวยืนยันว่า มีหลักฐานชัดเจนมีฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงล้วงลูก เปลี่ยนจากการเสนอรายภาค ให้มีการเสนอราคารวมเป็นรายเดียว ทั้งที่ขณะนั้นการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งไม่มีความจำเป็นจะต้องแถลงข้อความดังกล่าว การแถลงข่าวของจำเลยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ในขณะนั้น จึงเป็นการชี้นำพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลย และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
ขณะที่ พล.ต.ต.อำนวย เบิกความถึงหลักเกณฑ์การแถลงข่าวตามกฎหมายว่า ต้องเป็นการแถลงข้อเท็จจริง ไม่ใส่ความและไม่เปิดเผยความลับในสำนวน หรือแสดงความคิดเห็น ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลใด แต่การแถลงข่าวของจำเลยมีลักษณะใส่ความโจทก์ เพราะโจทก์ไม่ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) แก้ไขให้รวมสัญญาการประมูล แต่ สตช. เป็นผู้ร้องขอให้รวมสัญญารายภาค เป็นส่วนกลาง ประกอบกับจำเลยระบุว่าคดีดังกล่าวเป็นความผิดชัดเจนซึ่งถือเป็นการแถลงข่าวใส่ความโจทก์ และถือเป็นการนำความลับในคดีที่เป็นความลับของทางราชการมาเผยแพร่อีกด้วย อีกทั้งผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบสอบสวนในคดีนี้ ควรเป็นคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งจำเลยไม่ใช่พนักงานสอบสวนโดยตรงจึงไม่ควรแถลงข่าว
ภายหลังไต่สวนพยานทั้ง 2 ปาก ศาลนัดไต่สวนนายสุเทพ โจทก์ประกอบเอกสารสำคัญ อีกครั้งในวันที่ 15 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.





