ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก"พ.อ.ปิยะวัฒก์" อดีต ผบ.คดีทรัพย์สินฟ้อง"ธาริต"อดีต อธ.ดีเอสไอ - อดีตรองปลัดยธ.
ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.3873/2555 ที่ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีเมื่อวันที่ 30 มี.ค.55 นายธาริต อธิบดีดีเอสไอ ได้มีหนังสือลับด่วนที่สุด เสนอย้ายโจทก์ จากตำแหน่ง ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินฯ ให้ย้ายไปเป็น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งถือเป็นการย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิม ทั้งที่การย้ายนั้นต้องเสนอความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (กพศ.) เพื่อพิจารณา และต้องได้รับความยินยอมจากตัวโจทก์ก่อน แต่การเสนอย้ายโจทก์ดังกล่าวนายธาริต กลับเสนอเรื่องต่อปลัดกระทรวงยุติธรรมผ่านนายชาญเชาวน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อ้างว่าโจทก์ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัย
โดยวันนี้ นายธาริต อดีตอธิบดีดีเอสไอ จำเลย ไม่ได้เดินทางมาศาล เนื่องจากก่อนหน้านี้จำเลยได้ขอให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลย ซึ่งศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ ขณะที่ พ.อ.ปิยะวัฒก์ โจทก์ได้เดินทางมาศาลร่วมกระบวนพิจารณาในวันนี้ด้วย
ทั้งนี้ฝ่ายโจทก์ ได้แถลงศาลว่า สามารถรวบรวมเอกสารหลักฐานได้ครบถ้วนแล้ว จึงขอส่งพยานเอกสารเพิ่มเติมอีก 21 ฉบับ ส่วนพยานบุคคลที่เคยยื่นแล้ว 5 ปาก จะขอนำสืบนายพิพัฒน์ เพ็ญพาค เพิ่มอีก 1 ปากโดยจะสืบพยานทั้ง 6 ปากใน 3 นัด
ขณะที่ทนายจำเลย แถลงขอส่งพยานเอกสารเพิ่มเติมอีก 8 ฉบับแต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว จึงจะขอยื่นส่งเอกสารให้ฝ่ายโจทก์ตรวจสอบภายใน 30 วัน ส่วนพยานบุคคลจะนำสืบรวม 9 ปาก
ศาลสอบถามโจทก์แล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้สืบพยานโจทก์ และจำเลย ฝ่ายละ 3 นัด พร้อมกำชับให้คู่ความดำเนินการสืบพยานให้เสร็จตามกำหนดนัด โดยจะเริ่มสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ในวันที่ 19 พ.ค.58 เวลา 09.00 น.
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนพิจารณา พ.อ.ปิยวัฒก์ โจทก์ กล่าวสั้น ๆ ว่า ค่อนข้างมีความมั่นใจในการฟ้องคดีนี้ เพราะส่วนใหญ่ ก็เป็นประเด็นข้อกฎหมาย





