(รายงานพิเศษ) ส่อง"มิตรประเทศ"ยามยาก สานสัมพันธ์"คสช."
นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา บรรดาประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ดูจะมีปฏิกิริยาต่อต้านที่รุนแรงมากกว่าใครถึงขนาดตัดการช่วยเหลือทางทหาร ขณะที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ก็ประกาศระงับความสัมพันธ์ และเรียกร้องให้ไทยเร่งให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว
แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่แสดงความเข้าอกเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อม "สานสัมพันธ์" อันดีกับไทย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไทยอยู่ในภาวะยากลำบาก ซึ่งต้องการการปฏิรูปประเทศ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สภาวะที่ดีกว่าเก่า
สำหรับมิตรประเทศในยามยากที่เข้าใจสถานการณ์ไทย และได้เข้าสานสัมพันธ์กับ คสช. ไล่เลียงไปตั้งแต่
คณะแรก เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้การต้อนรับ พล.อ.ตัน ซรี ตาโต๊ะ ซรี ซูกิเฟรี บินโมฮัมหมัด ซิน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย และคณะ ที่มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกองทัพไทย และถือเป็นประเทศแรก ที่ผู้นำทางทหารเดินทางเยือน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น
ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย เข้าใจถึงความจำเป็นที่ทหารต้องเข้ามาดูแลประเทศ โดยยืนยันความสัมพันธ์ทางทหารทุกอย่างยังดีเหมือนเดิม และพร้อมให้การสนับสนุนร่วมแก้ปัญหาทุกอย่าง
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายวิชัย อัศรัศกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้นำกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน จากภาคการเงินการธนาคาร และภาคอุตสาหกรรม เข้าพบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อหารือแนวทางการเสริมสร้างความมั่นใจการลงทุนให้แก่กลุ่มธุรกิจของจีนในไทย
โดย พล.อ.ประยุทธ์ ขอร้องให้นักธุรกิจจีนร่วมมือกับ คสช.จัดการผลประโยชน์ทับซ้อน การคอร์รัปชัน เพื่อทำให้สินค้าถูกลง โครงการต่าง ๆ ใช้งบประมาณลดลง และยังขอให้นักธุรกิจจีนช่วยสร้างงานถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย
ขณะที่เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ดูแลด้านเศรษฐกิจ ได้ให้การต้อนรับ นายหนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมและหารือข้อราชการ
ทั้งนี้เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แสดงความเข้าใจสถานการณ์ประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน จะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้เชื่อว่านักลงทุนของจีนจะได้กลับมาดำเนินธุรกิจการค้าในเวลาอีกไม่นานนี้
ขณะที่ระหว่างวันที่ 28-30 มิ.ย. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐอินเดีย อย่างเป็นทางการ โดยได้เข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.บิกรัม ซิงค์ ผบ.สส.และ ผบ.ทบ. สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อหารือข้อราชการ ที่เกี่ยวกับกิจการระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ เช่น การฝึกร่วมต่างๆ โดยเฉพาะการฝึกคอบร้าโกลด์ ที่จะมีขึ้นในปีนี้ ทั้งยังได้พบกับนายอรุณ เจตลี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงกลาโหม เพื่อหารือร่วมกันถึงการที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชีย มีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้าน
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย สาธารณรัฐอินเดียมีความเข้าใจเป็นอย่างดี และพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความสงบสุขและมีเสถียรภาพของไทย สำหรับด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ยังคงความร่วมมือระหว่างกันเช่นเดิม เนื่องจากไม่มีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย
ส่วนเมื่อวันที่ 1 ก.ค. กษัตริย์แห่งกัมพูชาได้พระราชทานอภัยโทษให้กับนายวีระ สมความคิด นักเคลื่อนไหวจากกลุ่มพันธมิตรของไทย และสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา ก็ได้เซ็นคำสั่งให้ปล่อยตัวในวันเดียวกัน ก่อนที่นายวีระ จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันรุ่งขึ้น
การปล่อยตัวนายวีระ มีรายงานอ้างคำกล่าวของเอ็ง โสภาลเลต ผู้ช่วยของนายกฯ สมเด็จฮุนเซน ระบุว่า สมเด็จฮุนเซน ได้ปฏิบัติตามคำขอของ พล.อ.ประยุทธ์
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายบัคดอง บิน รองประธานหอการค้าเกาหลี-ไทย ได้นำตัวแทนนักธุรกิจชั้นนำของประเทศเกาหลีใต้ ประกอบด้วย ตัวแทนจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน รถยนต์ และการธนาคาร เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งได้มีการหารือร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้รองประธานหอการค้าเกาหลี-ไทย ได้บอกกับหัวหน้าคสช.ว่า เกาหลีเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย และทราบถึงเหตุผลความจำเป็นที่คสช.เข้ามาบริหารประเทศ และพร้อมจะเป็นมิตรที่ดี คงความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นกับประเทศต่อไปทุกระดับ
ขณะที่หัวหน้าคสช.กล่าวย้ำว่า เกาหลีคือมิตรของประเทศไทยเสมอมา ไม่ทอดทิ้งประเทศไทย ฉะนั้นประเทศไทยก็จะไม่ทอดทิ้งเกาหลีเช่นเดียวกัน "มิตรย่อมไม่ทิ้งกันในยามลำบาก และหวังว่าเกาหลีจะเป็นกำลังสำคัญช่วยประเทศไทย สร้างความมั่นใจไปยังประเทศอื่นๆ"
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ค. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. ได้ให้การต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.พม่า และร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดย พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ยืนยันถึงมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน รวมทั้งมีความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่กองทัพไทยดำเนินการอยู่ขณะนี้มีความเหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะกองทัพมีภารกิจอันสำคัญยิ่ง คือ การปกป้องประเทศชาติให้มีความมั่นคงและดูแลประชาชนให้มีความปลอดภัย
พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ยังได้เข้าพบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยผบ.สส.พม่า กล่าวว่า ทางพม่าเข้าใจสถานการณ์ภายในประเทศไทยเป็นอย่างดี และปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย ดังนั้นอยากให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาภายในของประเทศไทยให้สำเร็จ
วันเดียวกัน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ได้ให้การต้อนรับ นายญะบัร อะลี เอช.เอ.อัดเดาะซะรีย์ เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย ที่เข้าเยี่ยมคารวะเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับรัฐกาตาร์
โดยผู้นำรัฐกาตาร์ฝากแสดงความชื่นชมคสช.ที่ได้เข้ามาสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นกับประชาชน รวมถึงอยากร่วมพัฒนาการค้า การลงทุน การทหาร และเศรษฐกิจในทุก ๆ ด้านให้มากขึ้น
ทั้งหมดคือ "มิตรประเทศ" ที่แสดงความห่วงหาอาทรต่อไทยในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะมีประเทศต่าง ๆ พากันพาเหรดเข้าสานสัมพันธ์กับ คสช.อีก เมื่อทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยตามโรดแมพที่วางไว้





