คสช.หารือเคาะเมกะโปรเจคน้ำ แนะเลือกลงทุนตามแผนแม่บท "ประยุทธ์"สั่งเคลียร์โครงการชัดเจน
"ฉัตรชัย"เรียกคณะกรรมการนโยบายน้ำชุดใหม่ประชุมสัปดาห์นี้ กำหนดกรอบทำงาน แนวทางอนุมัติงบปี58 ชี้ชะตาโครงการเมกะโปรเจคน้ำ ตามพ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท แจง"ประยุทธ์" สั่งทำแผนให้ชัดเจนหลังจีน-เกาหลีสอบถาม สมาคมทรัพยากรน้ำแนะคสช.เลือกลงทุนบางโครงการจากแผนแม่บทฯ
แหล่งข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่าหลังจาก คสช.ได้จัดตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ขึ้นมาทำหน้าที่แทนคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลชุดก่อน ในสัปดาห์นี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. และในฐานะประธานคณะกรรมการฯ จะเรียกประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยเฉพาะรายละเอียดของแผนงานเร่งด่วนการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งกำหนดแนวทางในการพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการการบริหารจัดการน้ำตามแผนงานปี 2558 ซึ่งยังมีวงเงินส่วนหนึ่งถูกกันไว้จากปีงบประมาณก่อนกว่า 3 พันล้านบาท รวมทั้งจะพิจารณาถึงแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในปี 2558 เพิ่มเติม
การพิจารณาโครงการดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ต้องการให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรเนื่องจากเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ นอกจากนี้ตัวแทนรัฐบาล นักธุรกิจของประเทศต่างๆ ที่เข้าพบหัวหน้า คสช.ทั้งจากประเทศจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งมีบริษัทเอกชนจากทั้งสองประเทศที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการประมูลในโครงการต่างๆ สอบถามความชัดเจนของโครงการกับหัวหน้า คสช.
เร่งเคลียร์ที่มางบลงทุน
ดังนั้นคณะกรรมการจะร่วมกันพิจารณาว่าจะดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ต่อไปหรือไม่ หรือจะคัดเลือกบางโครงการจากแผนแม่บทที่มีการศึกษาไว้ ซึ่งเห็นว่ามีความจำเป็น หรือจะให้มีการยกเลิกและจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด โดยไม่ใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ที่ยังคงเหลือกว่า 3.04 แสนล้านบาท จากนั้นกลับมาใช้งบประมาณปกติ
"เราต้องตอบคำถามให้ได้ว่าโครงการบริหารจัดการน้ำจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร หากจะใช้เงินกู้ ตาม พ.ร.ก. ก็ต้องตอบคำถามสังคมได้ว่าจะทำอย่างไร อาจเลือกมาเป็นบางโครงการ หรือถ้าจะกลับไปใช้เงินในระบบงบประมาณทั้งหมดก็ต้องชี้แจงกับบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลก่อนหน้านี้ให้เข้าใจเหตุผลและความจำเป็นที่มีการยกเลิก เพราะทุกบริษัทก็ได้รับการรับรองจากสถานทูตของแต่ละประเทศ จึงต้องมีการทำความเข้าใจหากมีการเปลี่ยนแปลง" แหล่งข่าวกล่าว
แนะเลือกลงทุนตามแผนแม่บท
ด้านนายอภิชาต อนุกูลอำไพ นายกสมาคมทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทย กล่าวว่าการวางแผนบริหารจัดการน้ำต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การบริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนา และ2.การบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งทั้งสองส่วนต้องมีการวางแผนและจัดสรรงบประมาณที่แตกต่างกัน โดยการบริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนา สามารถใช้งบประมาณตามปกติที่ภาครัฐจัดสรรให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ปีละประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาทในการดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามหากมีการโยกงบประมาณส่วนนี้ไปลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โดยไม่ใช้เงินกู้ก็สามารถทำได้ แต่ก็จะทำให้การดำเนินโครงการน้ำของหน่วยงานอื่นๆหยุดชะงักไปด้วย
ส่วนการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันภัยพิบัติ เป็นเรื่องที่ภาครัฐจะต้องตัดสินใจลงทุน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประชาชนและภาคธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติที่ลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากในปี 2554 ประเทศไทยได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งใหญ่คิดเป็นมูลค่าความเสียหายตามการประเมินของธนาคารโลกถึง 1.14 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นความสูญเสียจากภัยธรรมชาติติดอันดับ 4 ของโลก เหตุการณ์ดังกล่าวมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้อีก
ปัจจุบันนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับแผนการป้องกันความเสี่ยงในเรื่องภัยพิบัติของภาครัฐอย่างมาก เห็นได้ว่าหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 นักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งลงทุนในประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งสนบัสนุนให้มีการลงทุนเพื่อป้องกันน้ำท่วม เพราะกังวลว่าฐานการผลิตอุตสาหกรรมในไทยจะได้รับความเสียหาย ดังนั้นภาครัฐต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน ที่ต้องตัดสินใจอย่างรอบครอบ
ทั้งนี้ หาก คสช.จะคัดเลือกโครงการบางโครงการจากแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่มาดำเนินการก็สามารถทำได้ เพราะขั้นตอนจัดทำแผนแม่บทจนถึงการคัดเลือกบริษัทเอกชนมาดำเนินโครงการใช้ระยะเวลา 1 - 2 ปี และเป็นการระดมความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการน้ำทุกหน่วยงาน หาก คสช.มีการทบทวนแผนแม่บทบางส่วนและหยิบเอาบางโครงการขึ้นมาดำเนินการจะประหยัดเวลาและงบประมาณได้มาก





