กกต.นัดถกแก้กฎหมายเลือกตั้งพรุงนี้(7 ก.ค.) ก่อนสรุปเสนอคสช.พิจารณา
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.และการจัดการเลือกตั้งที่ประสบความสำเร็จ เพื่อสรุปแนวทางให้กับคณะทำงานด้านปฏิรูปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้พิจารณาว่าเช้าวันที่7ก.ค.นี้ ทางผู้บริหารของสำนักงานกกต.และผู้ทรงคุณวุฒิ จะมีการประชุมเพื่อทบทวน ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดของแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆก่อนเสนอเข้าที่ประชุมกกต.ได้พิจารณาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ซึ่งเบื้องต้นตนได้รับรายงานจากคณะทำงานด้านการยกร่างฯว่าขณะนี้โจทย์จำนวน 6 ข้อที่ทางคสช.ให้การบ้านกกต.กลับมาพิจารณา อาทิ โครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ โครงสร้างฝ่ายบริหาร การปฏิรูปพรรคการเมือง การปฏิรูปการเลือกตั้ง และการกระจายอำนาจ ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้ หากที่ประชุมกกต.พิจารณาแล้วได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก็จะสามารถเสนอคสช.ได้ในวันดังกล่าวทันที แต่หากไม่ทันก็น่าจะเสนอต่อคสช.ได้ภายในวันที่8ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นแนวทางดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอและความเห็นในส่วนของกกต.เท่านั้น ซึ่งทางคณะทำงานด้านการปฏิรูปโดยพล.อ. สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม อาจต้องมีการนำข้อเสนอของกกต.ไปรวมกับข้อเสนอและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากองค์กรอื่นๆด้วย ก่อนเสนอสภาปฏิรูปได้พิจารณาต่อไป
นายภุชงค์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่สำนักงานฯเตรียมเสนอกกต.ยึดแนวทางเลือกตั้งของประเทศเยอรมนีมาปฏิรูประบบเลือกตั้งไทย ว่า การพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง กกต.มีการศึกษาข้อมูล รายละเอียดรวมทั้งแนวทางเกี่ยวกับการเลือกตั้งของประเทศต่างๆไว้ไม่เฉพาะแค่ประเทศเยอรมนีเท่านั้น แต่จากการไปศึกษาดูงานที่ประเทศเยอรมนี กกต.เห็นว่ารูปแบบการเลือกตั้งของประเทศดังกล่าวนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบพรรคการเมือง การเข้าสู่ตำแหน่งของส.ส.และส.ว.และอื่นๆ เป็นระบบที่ได้มาตรฐาน และนานาชาติให้การยอมรับ แต่เบื้องต้นก็ยังเป็นเพียงแนวความคิดเท่านั้น ทั้งนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกกต.ว่าจะเห็นเป็นอย่างไร
ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคสช.ออกมาระบุว่า กำลังพิจารณาแนวทางวิธีการสรรหาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีที่หมดวาระนั้น นายภุชงค์ กล่าวว่า กรณีนี้คงต้องขอรับนโยบายจากทางหัวหน้าคสช.ก่อน ซึ่งช่วงเวลานี้สามารถทำได้ทั้งสองประเภทคือการสรรหาและการเลือกตั้ง หากสถานการณ์เหมาะสมจะใช้วิธีการสรรหา มองว่าน่าจะเป็นไปได้ กกต.ไม่ได้ขัดแย้ง ถ้าคสช.มีนโยบายอย่างไร กกต.ก็พร้อมปฏิบัติอย่างเต็มความสามารถ เชื่อว่าจะสามารถได้คนดี มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ แต่ก็คงต้องรอนโยบายจากคสช.ก่อนว่าท้ายที่สุดจะพิจารณาอย่างไร





