ระดมความเห็นเสนอจัดตั้ง"สภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์" หมอพรทิพย์ชี้หากเกิดจริงต้องไม่ขึ้นกับตำรวจ
ผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมระดมความคิดเห็นนักวิชาการ-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอจัดตั้งสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขจัดข้อครหาสับเปลี่ยนของกลางช่วยเหลือผู้กระทำผิด หวังพึ่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พิทักษ์ความยุติธรรมให้กับประชาชน
คดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หลายคดีเกิดข้อครหาว่าพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดทำให้ไม่ได้รับโทษ หนึ่งในข้อครหานั้นคือ การปรับเปลี่ยนวัตถุพยานซึ่งเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ ซึ่ง พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 (ที่ปรึกษา สบ10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านพิสูจน์หลักฐาน มีแนวคิดที่จะผลักดันให้มีการจัดตั้งสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิทักษ์สิทธิให้กับประชาชน
พล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างระดมความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องด้านนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์หลายคน เพื่อหารือถึงแนวทางการจัดตั้งสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาตร์ ซึ่งจะช่วยพิทักษ์สิทธิของประชาชน เช่นเดียวกับสภาวิชาชีพอื่นๆ
อาทิ แพทยสภา หรือสภาทนายความโดยจะรวมเอาผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งนักวิชาการ คณะบดีแพทย์ศาสตร์ มาทำงานร่วมกัน เพื่อกำหนดมาตราฐานของบุคลากร ห้องแล็ป และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานด้านนิติวิทยาศาสตร์เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์จะช่วยกำหนดมาตราฐานของงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะมีผลต่อคดี ทำให้เกิดความยุติธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการอำนวยความยุติธรรมได้อย่างดี
"งานด้านนิติวิทยาศาสตร์ปัจจุบันตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งอาจเกิดความคิดอคติมีข้อครหาเกี่ยวกับเรื่องหลักฐาน อาจคิดไปว่ามีการสับเปลี่ยนของกลางเพื่อช่วยเหลือกันหรือไม่อย่างไร ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย จึงคิดว่าน่าจะมีระบบการตรวจสอบที่นอกเหนือจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ ISO ที่มีอยู่หลายตัว สภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์ น่าจะเป็นคำตอบในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับที่วงการแพทย์ มีแพทยสภา พยาบาลมีสภาวิชาชีพพยาบาล หรือทนายความมี สภาทนายความ ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านฟิสิก เคมี หรืออาจารย์หมอมาร่วมกันกำกับดูแลสร้างมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง" พล.ต.อ.จรัมพร กล่าว
ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 มั่นใจว่า หากมีการจัดตั้งสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์ขึ้นจริง จะสามารถลบข้อครหาเกี่ยวกับการช่วยเหลือกันทางคดีโดยการปรับเปลี่ยนวัตถุพยานได้อย่างสิ้นเชิง เพราะจะมีภาคส่วนอื่นมาร่วมกันทำงาน ไม่ใช่ตำรวจทำงานอยู่เพียงฝ่ายเดียวอย่างเช่นที่เป็นอยู่
สอดคล้องกับนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ ที่มองว่าหากมีการจัดตั้งสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาตร์ขึ้นจริง จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ศาลเชื่อมากกว่าตัวพยานบุคคล แต่ปัจจุบันมีบ่อยครั้งที่ตำรวจซึ่งลงไปเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไม่มีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง จึงทำให้ไม่สามารถเก็บหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถเอาผิดคนร้ายได้ หรือเกิดกรณีจับคนร้ายผิดตัว
“ปัจจุบันตำรวจเมื่อลงพื้นที่เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุมักไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ โดยไม่มีการใส่ถุงมือ พยานหลักฐานจึงไม่คงอยู่ในสภาพเดิม อย่างเช่นกรณีของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังที่เสียชีวิต ตำรวจก็ไปจับต้องพยานหลักฐาน ทำให้พยานหลักฐานของคนร้ายคลาดเคลื่อน ซึ่งนี่เป็นข้อครหาที่สำคัญ หากเรามีสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์ต้องเอาคนที่มีความรู้อย่างนี้จริงๆ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติแน่นอน" นายสุวัตร กล่าว
ด้าน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า หากเกิดสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์ขึ้นจริง ต้องมีการขึ้นทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ หรือในส่วนของหน่วยงานต้องมีการสอบใบประกาศนียบัตร ในเรื่องเครื่องมือทางการแพทย์หรือน้ำยา ก็ต้องมีมาตรฐานโดยต้องมีระบบควบคุมที่เป็นที่ยอมรับ
"โดยส่วนตัวคิดว่าต้องใช้เวลาอีกมากในการจัดตั้งสภานิติวิทยาศาสตร์ เพราะต้องนำเอาหลายหน่วยงานที่มีมาตรฐานมารวมกัน อย่างสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก็ถูกทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง จนขาดศักยภาพการทำงาน งบประมาณถูกตัด จึงเป็นเรื่องที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ให้มีมาตราฐานสากล หากสภาวิชาชีพนิติวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นจริงต้องไม่ขึ้นกับตำรวจ แต่ควรจะมีทางเลือก คือให้ขึ้นกับกระทรวงยุติธรรมหรือกระทรวงสาธารณะสุข หรือถ้าขึ้นกับทางตำรวจ ก็ควรจะอยู่ในส่วนของกอ.รมน.หรือกระทรวงความมั่นคงในอนาคต เพื่อจะหลีกเลี่ยงการแซงแทรงของนักการเมือง" พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว





