วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.วางกม.เลือกตั้งคุมประชานิยมก่อนชงคสช.

เลขาฯกกต.เผยถกแก้กม.รับเลือกตั้งคืบหน้ากว่า 50% ระบุวางมาตราการป้องคนโกง คุมนโยบายประชานิยม จ่อสรุปก่อนชงคสช.

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพื่อเร่งสรุปเสนอให้กับคณะทำงานด้านปฎิรูปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ที่ประชุมกกต.ก็ได้รับฟังความเห็นจากรองเลขาธิการในทุกด้านกิจการที่ได้นำเสนอประเด็นข้อดี ข้อเสีย จุดอ่อน จุดแข็งของการเลือกตั้งที่ผ่าน และข้อเสนอที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรมแล้ว ซึ่งที่ประชุมเมื่อวาน(3 ก.ค.)ที่ผ่านมาได้พิจารณาเรื่องต่างๆ ไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ โดยโจทย์ 6 ข้อที่คสช.ให้มา ก็พิจารณาไปแล้ว 4 ข้อ และได้นัดพิจารณาในส่วนของสำนักงานในช่วงเช้าวันที่ 7 ก.ค.นี้ ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะนำเสนอให้กกต.พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าทางคสช.ได้เร่งรัดขอให้กกต.ส่งข้อเสนอโดยเร็ว แต่ก็ได้แจ้งไปว่า ขณะนี้ก็มีหลายหน่วยงานได้มีข้อเสนอไปมาก แต่กกต.ก็อยากจะทำให้ได้ข้อเสนอที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง จึงอยากขอเวลาในการรวบรวมข้อมูล ซึ่งคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จและส่งได้ภายในสัปดาห์หน้า

"สำหรับเสนอที่จะเสนอไปยังคณะทำงานของคสช.นั้นจะไม่ใช่การชี้ว่าประเด็นนั้นประเด็นนี้ควรแก้ไขให้เป็นอย่างไร แต่จะเป็นการเสนอประเด็นที่เห็นว่าเป็นปัญหา ควรแก้ไข หรือยกเลิก และถ้าจะคงไว้ควรมีแนวทางการในดำเนินการอย่างไร ซึ่งจากการศึกษากฎหมายทีได้ดำเนินการมาโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญทั้ง 5 ฉบับ ทำให้ทราบถึงข้ออ่อนด้อยของกฎหมายว่าเป็นอย่างไร รวมถึงมีข้อเสนอประเด็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ประกาศและคำสั่ง เพื่อให้ครอบคลุมปัญหาทั้งหมด เช่น การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักรที่เป็นเรื่องของการสร้างความผูกพันในเรื่องของสิทธิของในประเทศและต่างประเทศ แต่ก็มีปัญหาค่าใช้จ่ายสูงตามมาด้วย"นายภุชงค์ กล่าวและว่า ส่วนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องคนมาใช้สิทธิน้อย การปิดล้อมที่ทำให้เกิดปัญหา และการลงทะเบียนที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหา ระบบเลือกตั้ง การจะยังควรมีส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อหรือไม่ หรือการจะใช้สิทธิเลือกตั้งประชาชนต้องลงทะเบียนขอใช้สิทธิหรือไม่ รวมถึงนโยบายการหาเสียงที่เป็นนโยบายนิยม ก็มีการหารือว่าจะทำอย่างไรที่จะเป็นการขีดกรอบ ควบคุมไม่ให้นำนโยบายดังกล่าวมาใช้นหาประโยชน์เพื่อเอาเปรียบซึ่งหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ และหากมีการดำเนินการเช่นกกต.จะจัดการอย่างไร