วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประเดิมตรวจ11โกดังวันแรก พบบุรีรัมย์'ข้าวเสื่อม'คุณภาพ

คสช.ลุยตรวจโกดังทั่วประเทศวันแรก ประเดิม11แห่งวันแรกยังไม่พบผิดปกติ พบที่บุรีรัมย์ข้าวเสื่อมคุณภาพ

คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจโกดังข้าวทั่วประเทศวานนี้(3 มิ.ย.) เป็นวันแรกจำนวน 11 โกดัง เพื่อตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวที่ค้างในสต็อกรัฐบาลจากนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้ว

การตรวจสอบในวันแรกหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่ยังไม่พอความปิดปกติเกิดขึ้น แม้ก่อนหน้านั้นมีการตรวจพบปัญหาข้าวในโกดังรัฐบาลบางแห่ง ทั้งมีการปลอมปนและเสื่อมคุณภาพ โดยการตรวจสอบครั้งนี้ คสช.ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ประมาณ 1 เดือนทั่วประเทศ

คณะกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวชุดที่ 99 นำโดยนางอรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน พร้อมคณะอาทิ พลตรีนพวงศ์ สุรวิชัย รองแม่ทัพภาคที่ 4 เข้าร่วมตรวจสอบ ในคลังสินค้ากลางอุปถัมภ์หลังที่ 1 ซึ่งเป็นจุดแรกที่ได้เข้าตรวจเป็นจุดนำร่องของ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ในบริเวณโรงสีอุปถัมภ์ เลขที่ 13 หมู่ที่ 1 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งมีข้าวสารในโครงการจำนำปี 2555/56 รับจำนำระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2555 จนถึง 15 ก.ย. 2556 โดยทยอยนำมาเก็บไว้ในคลังสินค้าแห่งนี้ตั้งแต่ต้นปี 2557 เป็นจำนวน 163,200 กระสอบ

ทั้งนี้ เมื่อมีการไขกุญแจ 4 ฝ่ายคือ อคส. เซอร์เวเยอร์ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายทหาร จำนวน 4 ชุดออกแล้ว ได้มีการเริ่มเข้าตรวจสอบในช่วงเช้า โดยคณะกรรมการได้ตั้งข้อสังเกตถึงความเหลื่อมล้ำของกองข้าว และการจัดวางไม่ตรงกับรูปแผนที่ จึงมีการสั่งตรวจสอบอย่างละเอียด โดยวิธีการผ่ากองข้าวและเก็บตัวอย่าง รวมทั้งสำรวจปริมาณให้ตรงกับจำนวน 163,200 กระสอบ หรือน้ำหนักรวม 16.298 ล้านกิโลกรัม

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เอกสารข้อมูลที่อยู่ในมือของคณะกรรมการ ไม่ตรงกับข้อมูลหน้าคลังสินค้า โดยทางเจ้าหน้าที่ อคส.ได้ชี้แจงว่า ปริมาณที่ไม่ตรงกันนั้นสืบเนื่องจากมีการนำข้าวไปเก็บไว้ในคลังสินค้าในอำเภอทุ่งสง ซึ่งนางอรวรรณจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร

ขณะที่เจ้าหน้าที่ อคส.ชี้แจงว่า สาเหตุที่กระสอบข้าวมีความเหลื่อมล้ำกันนั้นสืบเนื่องจากข้าวจำนวนมากได้มาจากโรงสีถึง 32 แห่งด้วยกัน และแต่ละโรงสีไม่ได้สั่งกระสอบจากแหล่งผลิตเดียวกันทำให้กระสอบมีขนาดเหลื่อมล้ำไม่เท่ากันรวมทั้งความหนาบาง จึงส่งผลให้กองข้าวมีความเหลื่อมล้ำ

เริ่มตรวจสอบพื้นที่อีสานวันนี้

ในส่วนของการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวฯ ของ จ.อุดรธานี พล.ต.สิทธิ จันทร์สมบูรณ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก (มทบ.)ที่ 24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ จ.อุดรธานี กล่าวว่าทาง มทบ.24 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปรับการอบรมการตรวจสอบปริมาณข้าวฯ ซึ่งขณะนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับคณะใหญ่ที่โรงสีใน จ.นครราชสีมาอยู่ คาดว่าในวันนี้ (4 มิ.ย.) คณะตรวจสอบจะเข้าตรวจสอบโรงสีในเขตจังหวัดภาคอีสาน

“ส่วนการเข้าตรวจสอบโรงสีในเขต จ.อุดรธานี คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการตรวจสอบได้ในช่วงกลางเดือนนี้ มีห้วงการตรวจตั้งแต่วันที่ 15-27 ก.ค.นี้ โดยการเข้าตรวจสอบจะมีตัวแทนจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของทหาร จะทำการตรวจปริมาณและคุณภาพของข้าวที่เก็บไว้ในคลังสินค้ากลาง ซึ่งใน จ.อุดรธานี มีคลังสินค้ากลางที่เก็บข้าวของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 2554-57 จำนวน 21 แห่ง หากเมื่อมีการตรวจสอบพบสิ่งผิดปกติ ทาง ป.ป.ช.สามารถเข้าดำเนินการ ตามระบบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้ทันที” พล.ต.สิทธิ กล่าว

บุรีรัมย์พบข้าวเสื่อมคุณภาพ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ทหารจากจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ร่วมกับนายอำเภอนางรอง เจ้าหน้าที่องค์กรการคลังสินค้า (อคส.) และตัวแทนบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว หรือเซเวเยอร์ ร่วมตรวจสอบการขนย้ายข้าวสารชนิด “ปลายข้าวหอมมะลิ (เอวันเลิศ)” ออกจากโกดังกลางที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อส่งออกต่างประเทศตามสัญญาการซื้อขายที่บริษัทเอกชนได้รับการประมูล

ข้าวสารดังกล่าวเป็นข้าวในโครงการรับจำนำปี 2555/56 เบื้องต้นมีคำสั่งให้ทำการขนย้ายเพื่อส่งออกจำนวน 3,000 ตัน หรือ 30,000 กระสอบ จากที่ตามบัญชีมีข้าวสารเก็บในโกดังกลางดังกล่าว 41,349 กระสอบ การขนย้ายข้าวในครั้งนี้ทางหน่วยทหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจนับปริมาณที่ทำการขนย้ายออกจากโกดัง ว่าครบตามจำนวนที่มีคำสั่งขนย้ายหรือไม่เพื่อป้องกันการทุจริตหรือข้าวสูญหาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด แต่มีข้าวสารที่ใกล้เสื่อมคุณภาพที่ถูกคัดแยกไว้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากได้เก็บไว้เป็นเวลานานถึงกว่า 2 ปี

ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักงานการค้าภายในจังหวัด พบว่า จ.บุรีรัมย์ มีโกดังกลางจัดเก็บข้าวสารอยู่ทั้งหมด 7 แห่ง มีข้าวสารที่จัดเก็บไว้ในโกดังกลางตามบัญชีที่ระบุไว้ รวมทั้งสิ้น 362,962 กระสอบ ส่วนการเข้าตรวจนับข้าวสารในโกดังกลางอยู่ระหว่างรอคำสั่งจาก คสช.

ตรวจสอบโกดังโคราชยังไม่พบผิดปกติ

เช่นเดียวกับ ที่จ.นครราชสีมา นางพูลทรัพย์ สกุณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าคณะตรวจสอบปริมาณข้าวและคุณภาพข้าว พร้อมกับ พล.ต.อาชาไนย ศรีสุข รองแม่ทัพภาคที่ 2, นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำกำลังทหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า และเจ้าหน้าที่การค้าภายในจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังข้าวในโรงสีเจียเม้ง ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว มีข้าวสารเก็บไว้จำนวน 10 โกดัง มีปริมาณข้าวสารกว่า 2 หมื่นตัน

พล.ต.อาชาไนย ศรีสุข รองแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่าการลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณข้าวและคุณภาพข้าวในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ คสช. โดยในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้แบ่งชุดตรวจสอบไว้ทั้งหมด 3 ชุด โดยจะเริ่มทยอยตรวจสอบโกดังในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาทั้งหมด ระหว่างวันที่ 3 - 27 ก.ค. ซึ่งมีอยู่จำนวน 47 โกดัง อยู่ในพื้นที่ 14 อำเภอ มีปริมาณข้าวที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปีการผลิตที่ 2554/2555 ถึง 2556 อยู่ทั้งสิ้นกว่า 5 แสนตัน

"การตรวจสอบในวันแรกนี้ ยังไม่พบอะไรผิดปกติ สำหรับวิธีการในการตรวจสอบครั้งนี้ ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ทหาร ทำการสุ่มเจาะเอาข้าว 7 จุดต่อ 1 กอง แต่ละกองที่สุ่มเจาะ จะนับจากกระสอบบนลงลึกไปอีก 15 กระสอบ เพื่อป้องกันการสอดไส้ในไว้ นำข้าวที่ได้มารวมกันใส่ถุง โดยข้าวขาวจะใส่ถุงไว้ 3 ชุด ส่วนข้าวหอมมะลิ 4 ชุด จะแยกเก็บไว้ที่ อคส. ชนิดข้าวละ 1 ชุด ส่วนที่เหลือคณะตรวจสอบปริมาณข้าวและคุณภาพข้าว จะนำไปตรวจสอบดีเอ็นเอว่าเป็นข้าวชนิดเดียวกับที่รับจำนำไว้หรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพอื่นๆ อีกครั้งที่กรุงเทพมหานครต่อไป"

ตรวจโกดัง"สิงห์โตทองไรซ์"

นายนพดล เมฆเมฆา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 18 พล.ต.คู่ชีพ เลิศหงิม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ 3 นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยกองกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ฝ่ายปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบคลังสินค้ากลางเก็บข้าว 5 % ในโครงการจำนำข้าวเปลือก ภายในคลังสินค้ากลาง จำนวน 15 หลัง ของบริษัทสิงห์โตทองไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เลขที่ 99/1 หมู่ที่ 1 ต.ธำมรงค์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

ในการตรวจครั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าข้าวอยู่ครบตามจำนวน เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจนับประมาณ 1 สัปดาห์ ถึงจะสรุปได้ว่าข้าวอยู่ครบตามจำนวนหรือไม่ ส่วนการสุ่มเจาะกระสอบพบว่าข้าวสารในกระสอบส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดี แต่ก็มีข้าวสารบางกระสอบที่เริ่มเสื่อมคุณภาพตามเวลา รวมทั้งมีการสุ่มตรวจกองข้าว ขนย้ายกระสอบข้าวสารขึ้นมาตรวจดูว่ามีการนำลังไม้มาวางไว้ข้างล่าง แล้วนำกระสอบข้าวสารทับลงบนหลังหรือไม่ จากการสุมตรวจก็ไม่พบแต่อย่างไร

สำหรับ คลังกลางเก็บรักษาข้าวสารจังหวัดกำแพงเพชร ที่เข้าร่วมกับโครงการฯกับ อคส. และ อ.ต.ก. ปี 2554/2555, 2555 และ ปี 2555/2556 และปี 2556/57 ประกอบด้วยคลังกลางจากอำเภอเมือง คลองขลุง ปางศิลาทอง คลองลาน ลานกระบือ และขาณุวรลักษบุรี รวม 124 คลังกลาง ปริมาณข้าวสาร รวมทั้งหมด 23,135,637 กระสอบ น้ำหนัก 2,310,441.911 ตัน หากตรวจนับทั้งจังหวัด คาดว่าประมาณ 1 เดือนจะสรุปได้ในภาพรวมทั้งจังหวัด