คสช.ถกเครียดร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราว สั่งปรับแก้เนื้อหาในประเด็นการคงอำนาจ คสช.ไว้หลังมี ครม.
คสช.ถกเครียดร่างธรรมนูญฉบับชั่วคราว สั่งปรับแก้เนื้อหาในประเด็นการคงอำนาจ คสช.ไว้หลังมี ครม. หวั่นทับซ้อน เหตุแกนนำ คสช.บางคนอาจควบเก้าอี้รัฐมนตรี ถ้า คสช.ไม่เห็นด้วยกับ ครม.จะทำอย่างไร มอบหมายคณะทำงานแจกแจงข้อดีข้อเสียก่อนตัดสินใจรอบสุดท้าย "วินธัย" ยันนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯทันตามกำหนดเวลาเดิม ด้านแบงก์ชาติห่วงข้อเสนอ ป.ป.ช.เพิ่มเกณฑ์นักการเมืองรายงานธุรกรรม กระทบข้อมูลส่วนบุคคล
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้พิจารณาปรับแก้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และยืนยันนำขึ้นทูลเกล้าฯตามกำหนดเวลาที่หัวหน้า คสช.ได้ประกาศไว้ในโรดแมพ
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และคณะทำงานโฆษก คสช. กล่าวเมื่อวานนี้ (3 ก.ค.) ว่า คสช.ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) โดยที่ประชุมได้พิจารณาปรับแก้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเล็กน้อย แต่รายละเอียดไม่อาจเปิดเผยได้ และหัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายที่รับผิดชอบไปปรับแก้ตามที่ที่ประชุม คสช.ได้ให้ข้อสังเกตไว้แล้ว
ส่วนกรณีที่มีปรากฏข่าวในสื่อมวลชนบางแขนงว่า คสช.ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา และตีกลับไปให้คณะทำงานยกร่างเพื่อแก้ไขใหม่นั้น ขอเรียนว่าเมื่อวันที่ 2 ก.ค. คสช.ไม่ได้มีการประชุมในเรื่องนี้
สำหรับกำหนดเวลาที่หัวหน้า คสช.จะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้า คสช. ซึ่งย่อมเป็นไปตามกำหนดระยะเวลาที่หัวหน้า คสช.เคยกล่าวไว้ คือ ภายในเดือน ก.ค.นี้
หวั่นทับซ้อนอำนาจเหตุ คสช.ควบ รมต.
แหล่งข่าวใน คสช. เปิดเผยว่า ประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ คสช.มองว่าเป็นปัญหาและสั่งให้พิจารณาปรับแก้ คือ อำนาจของ คสช.ช่วงหลังจากมีรัฐบาลแล้ว
ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวซึ่งมีจำนวนมาตราประมาณ 45-46 มาตรานั้น มีบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ คสช.ภายหลังจากมีรัฐบาลแล้ว โดยกำหนดให้ คสช.มีอำนาจในงานด้านความมั่นคง และสามารถใช้กลไกบางประการตรวจสอบถ่วงดุลคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ดี ภายหลังได้มีการท้วงติงว่า การเขียนเนื้อหาลักษณะนี้ในรัฐธรรมนูญ อาจเกิดความลักลั่นและมีปัญหาเรื่องการทับซ้อนของอำนาจหรือไม่ เนื่องจากจะมีแกนนำ คสช.บางคนไปดำรงตำแหน่งใน ครม.ด้วย หากยังมีตำแหน่งอยู่ใน คสช.ก็จะเท่ากับเป็นอำนาจทับซ้อน
"มีการยกตัวอย่างว่า หาก คสช.ไม่เห็นด้วยกับ ครม.จะทำอย่างไร เพราะรัฐมนตรีบางคนใน ครม.ก็อยู่ใน คสช. ฉะนั้นจึงมีการให้คณะทำงานยกร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปพิจารณาใหม่ว่าควรให้อำนาจการบริหารที่เป็นของ คสช.อยู่ตั้งแต่หลังการควบคุมอำนาจการปกครอง ไปอยู่ที่ ครม.อย่างสมบูรณ์ หรือควรคงอำนาจบางส่วนไว้ โดยมีการมอบหมายให้คณะทำงานไปแจกแจงผลดีผลเสียของแต่ละรูปแบบมาด้วย" แหล่งข่าวกล่าว
ฉะ"นักการเมือง"รากเหง้าขัดแย้ง
วันเดียวกัน มีงานเปิดตัวหนังสือ "รัฐธรรมนูญกลางแปลง : แนวทางการปฏิรูปเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย" จัดโดยสถาบันพระปกเกล้า โดยในช่วงที่เปิดให้วิพากษ์หนังสือนั้น นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ซึ่งไปร่วมงานด้วย กล่าวว่า รากเหง้าของความขัดแย้งมาจากพรรคการเมืองและนักการเมือง รวมถึงการขาดการสื่อสารด้านการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่ถ่องแท้ให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ที่อำนาจจะอยู่กับประชาชนตลอดเวลา แม้จะมอบอำนาจผ่านตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่แล้วก็ตาม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงไปสู่กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน
ทว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองที่คิดแต่การเอาชนะการเลือกตั้ง พยายามใช้นโยบายประชานิยมเพื่อหวังแย่งชิงคะแนนนิยม ถือเป็นสิ่งที่อันตราย และนำไปสู่ความขัดแย้ง เมื่อพรรคการเมืองได้ใช้นโยบายประชานิยมซ่อนกลยุทธ์ทางการตลาด ไม่ได้มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี จึงกลายเป็นการต่อสู้ทางด้านนโยบายที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของประชาชน จนกลายเป็นภาพของการเลือกข้าง
แนะบรรจุภารกิจปฏิรูปใน รธน.
อดีตรองประธานวุฒิสภา ยังกล่าวอีกว่า ทิศทางการปฏิรูปที่ภาคประชาชนเรียกร้อง ควรสร้างหลักประกันที่รัฐบาลในอนาคตจะนำไปดำเนินการอย่างยั่งยืน ด้วยการกำหนดไว้เป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กกต.ถกรื้อ ก.ม.เลือกตั้ง-ยังเถียงไม่จบ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ได้เรียกประชุม กกต.ทั้ง 5 คนเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพื่อสรุปเป็นแนวทางให้กับคณะทำงานด้านปฏิรูปของ คสช.
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการถกเถียงกันมากในหลายประเด็น เช่น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจะยังให้คงไว้หรือไม่ ผู้สมัคร ส.ส.ต้องต้องสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเป็นอย่างไร จำเป็นต้องคงไว้หรือไม่ เป็นต้น นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นกลั่นกรองนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่จะใช้หาเสียงว่าสามารถทำได้จริงและสร้างปัญหาให้กับประเทศหรือไม่ รวมทั้งห้ามเสนอนโยบายโดยอ้างมูลค่าโครงการ ขณะที่การจัดตั้งพรรคการเมืองต้องหาสมาชิกให้ได้ 5,000 คนในทุกภาคของประเทศ พร้อมตั้งสาขาพรรคได้ภาคละ 1 สาขา
อย่างไรก็ดี การประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป นายศุภชัยจึงนัดใหม่ประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 7 ก.ค.
ธปท.ห่วง ป.ป.ช.จ่อเพิ่มเกณฑ์รายงานธุรกรรม
ด้านความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีแนวคิดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการประจำรายงานความเคลื่อนไหวทางบัญชี เงินสดตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป และความเคลื่อนไหวทางอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 1 ล้านบาทขึ้นไปนั้น
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ผู้ว่าฯธปท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีการหารือกับ ธปท. แต่หากจะปฏิบัติจริง ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า เพราะอาจทำให้ต้นทุนในการสรรหาบุคคลดำรงตำแหน่งยากขึ้น
ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวเป็นความตั้งใจจะป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเรื่องที่ดี แต่อาจทำให้ผู้ที่มีความสามารถไม่อยากเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ดี การตรวจสอบธุรกรรมตามที่เสนอนั้น ปัจจุบันทั้ง ป.ป.ช. และ ปปง.สามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว ไม่ต้องผ่านธปท. แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าการเปิดเผยข้อมูลธุรกรรมดังกล่าว จะทำให้ธนาคารพาณิชย์มีความผิดในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาให้รอบครอบ





