วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.ถกแก้กม.เลือกตั้ง7ก.ค.ส่อรื้อทั้งระบบ

สกัดคนโกงบริหารประเทศ เตรียมหารืออีกรอบ 7 ก.ค.นี้ ก่อนชงคสช.พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุม กกต.วันนี้ ( 3 ก.ค.) ยังคงเร่งพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพื่อเร่งสรุปแนวทางให้กับคณะทำงานด้านปฎิรูปของ คสช.ได้พิจารณา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กกต.ได้นำเสนอไปส่วนหนึ่งแล้ว และตามกำหนดจะต้องเร่งพิจารณาและส่งคณะทำงานด้านปฎิรูปในวันนี้ ( 3ก.ค.) แต่ทั้งนี้ในการประชุมวันนี้ก็ไม่สามารถได้ข้อสรุป เนื่องจากมีรายละเอียดจำนวนมาก โดยที่ประชุมมีการถกเถียงกันมากในโจทย์ 6 ข้อที่คณะทำงานด้านการปฏิรูปของคณะรักษาความสงบ(คสช.)ให้มากับคณะของกกต. ที่นำโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. ซึ่งเดินทางไปพบที่กระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา อาทิ จุดอ่อน จุดแข็งของรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 การเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารตามรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร ทำอย่างไรให้ส.ส.เป็นผู้แทนของปวงชนอย่างแท้จริง การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเป็นอย่างไรจำเป็นต้องคงไว้หรือไม่ การสกัดกั้นการทุจริตการเลือกตั้ง เป็นต้น ทำให้การพิจารณาสภาพปัญหา และข้อเสนอในการแนวทางแก้ไขของที่ประชุมกกต.เป็นไปอย่างเข้มข้น จนทำให้กกต.ต้องมีการนัดประชุมอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันที่7 ก.ค.นี้ ซึ่งหากได้ข้อสรุปก็จะเสนอต่อคณะทำงานด้านการปฏิรูปของคสช.ทันที

ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาที่กกต.ตั้งเป็นตุ๊กตาและถกเถียงกันอย่างมาก อาทิ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจะยังให้คงไว้หรือไม่ เพราะเห็นว่าส.ส.บัญชีรายชื่อส่วนใหญ่มักจะเป็นนายทุนพรรค ทำให้พรรคไม่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง คุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ควรกำหนดเพียงอย่างเดียวให้ชัดเจนไปเลยหรือไม่ เช่น ต้องเป็นคนในท้องถิ่นนั้นโดยการเกิด โดยไม่สามารถใช้คุณสมบัติในด้านอื่นอย่างเคยศึกษา หรือเสียภาษีที่ดินในพื้นที่นั้นๆ ไปใช้ในการสมัครได้ การลงสมัครรับเลือกตั้งผู้สมัครต้องสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าสังกัดควรต้องสังกัดเป็นเวลาเท่าใดก่อนการเลือกตั้ง หรือการกำหนดลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครเพื่อป้องกันปัญหาสภาผัวเมีย การกำหนดให้สามารถรับสมัครทางอินเตอร์เนตได้ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และการเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งหรือที่เรียกว่านอกเขตจังหวัดยังควรมีต่อไปหรือไม่ การเลือกตั้งควรยังคงเป็นหน้าที่ หรือเป็นสิทธิ และการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกจากจะกำหนดอายุของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว ควรต้องกำหนดให้มีการลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้ง การเปิดช่องให้สามารถใช้เครื่องลงคะแนนในการลงคะแนนเลือกตั้งแทนการใช้บัตร หรือการแก้ไขปัญหานโยบายประชานิยมทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นกลั่นกรองนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่จะใช้หาเสียง ว่าสามารถทำได้จริงและสร้างปัญหาให้กับประเทศหรือไม่ การห้ามเสนอนโยบายโดยอ้างมูลค่าโครงการ และกำหนดให้มีกระบวนตรวจสอบการดำเนินนโยบายที่หากพ้นระยะเวลาหนึ่งแล้วไม่สามารถทำได้ ก็เป็นเหตุให้สามารถถูกยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมือง รวมทั้งการจัดตั้งพรรคการเมืองไม่ใช่แค่ 15 คนก็ตั้งได้ แต่ควรกำหนดให้ผู้ที่จะจัดตั้งพรรคการเมือง ควรต้องหาสมาชิกให้ได้ 5 พันใน4 ภาค หรือตั้งสาขาพรรคให้ภาคละ 1 สาขาก่อน จึงจะมีความเป็นพรรคการเมือง อย่างไรก็ตามในบางประเด็นกกต.จะมีการสรุปเสนอต่อคณะทำงานฯเลยว่าควรแก้ไขเป็นอย่างไร แต่ในบางประเด็นก็จะเสนอเป็นทางเลือกว่าหากไม่ยกเลิกก็ควรจะกำหนดกลไกอย่างไรเพื่อเอื้อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม ด้วย