จับตาถก"พระวิหาร"หลังปล่อย"วีระ" แย้ม"บิ๊กทหาร"ใกล้ตัวผบ.ทบ.ต่อสายฮุนเซน
มีอย่างน้อยๆ 3 เหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศหลายคนวิเคราะห์ตรงกันถึงเบื้องหลังการที่รัฐบาลกัมพูชายอมปล่อยตัว นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน และแกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ให้เป็นอิสระจากการจองจำแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แม้แต่ภรรยาของนายวีระเองยังแทบไม่เชื่อหู
หนึ่ง คือ การส่งสัญญาณ "ไมตรี" ให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย
สอง คือ ผลประโยชน์เรื่องแรงงานชาวกัมพูชาที่เพิ่งแห่อพยพจากประเทศไทยกลับไปยังบ้านเกิด ขณะนี้กำลังทยอยเดินทางกลับมา
สาม คือ ผลประโยชน์ด้านความสัมพันธ์ในอนาคตที่ต้องมีร่วมกัน และต้องอาศัยการพูดคุยเจรจา เช่น กรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลโลกมีคำพิพากษาเรื่องขอบเขตบริเวณโดยรอบปราสาทเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงสองประเทศต้องไปคุยกัน
เหตุผลทั้ง 3 ข้อ หากพิจารณาจากสถานการณ์เฉพาะหน้า ก็น่าเชื่อว่าข้อ 2 มีน้ำหนักที่สุดในขณะนี้ เพราะการที่แรงงานกัมพูชาแห่กลับบ้าน ไม่ว่าจะด้วยความจงใจของฝ่ายไทยเพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว หรือเป็นเพราะพิษข่าวลือตามที่มีการอ้างกัน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ รัฐบาลของสมเด็จฮุนเซน ต้องเจอกับสภาวะกระอัก กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะจู่ๆ ก็มีคลื่นคนนับแสนเดินทางกลับประเทศโดยที่ไม่มีตำแหน่งงานรองรับ
แรงกดดันย่อมตกไปอยู่ที่รัฐบาลเห็นๆ และฝ่ายค้านที่นำโดย นายสม รังสี ก็หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาโจมตีรัฐบาลสมเด็จฮุนเซนอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกันการปล่อยตัว นายวีระ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ตึงเครียดมานานหลายปี อันมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศไทยเองด้วย คลี่คลายลงมากทีเดียว อันจะส่งผลบวกถึงประเด็นที่ยังรอความร่วมมือของทั้งสองชาติอย่างกรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งกัมพูชาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถเดินหน้าแผนพัฒนาได้ถนัดถนี่ เนื่องจากรัฐบาลไทยไม่ให้ความร่วมมือ
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ท่าทีของสมเด็จฮุนเซนที่ยื่นไมตรีให้กับประเทศไทยในครั้งนี้ ย่อมแสดงว่านักการเมืองลายครามอย่างผู้นำกัมพูชาอ่านเกมแล้วว่า ขั้วอำนาจเก่าที่นำโดยพรรคเพื่อไทยมีโอกาสหวนคืนสู่อำนาจค่อนข้างยาก อย่างน้อยก็ในห้วง 1-2 ปีนี้ การปรับท่าทีแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จึงน่าจะส่งผลดีกับกัมพูชามากกว่า
สุดท้ายที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้า คสช.จะใช้การประสานผ่านกลไกกองทัพบกของ 2 ประเทศแล้ว ผู้ที่ทำหน้าที่ "นำสาร" จาก พล.อ.ประยุทธ์ ส่งถึงสมเด็จฮุนเซน ข่าววงในแจ้งว่าเป็นนายทหารระดับ "พลเอก" เตรียมทหารรุ่น 14 ที่ทำงานใกล้ชิดกับ ผบ.ทบ. และมีสายสัมพันธ์อันดีกับสมเด็จฮุนเซนมาอย่างยาวนานตั้งแต่กัมพูชายังแตกเป็นเสี่ยงๆ
งานนี้ว่ากันว่ามีผู้ปิดทองหลังพระกันหลายคน!





