คสช.ประชุมใหญ่ คาดถกรายละเอียดร่างรธน.-ฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นประธานประชุมคสช.ชุดใหญ่ ครั้งที่ 4/2557 โดยมีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ดูแลฝ่ายความมั่นคง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ดูแลฝ่ายสังคมและจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ดูแลฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ต.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคสช. ดูแลฝ่ายกิจการพิเศษ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. รวมถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้คาดว่า วาระสำคัญในการหารือวันนี้ คือ การพิจารณาร่างธรรมนูญชั่วคราว 45 มาตรา ซึ่งขณะนี้ คณะทำงานยกร่างชุดของนายวิษณุ เครืองาม ได้ส่งให้ หัวหน้าคสช.แล้ว
หากเห็นชอบก็จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ต่อไป นอกจากนี้คาดว่าที่ประชุมคสช. จะมีการหารือกรณีที่กัมพูชาปล่อยตัวนายวีระ สมความคิด รวมถึงภาพรวมการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ, การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีรายงานว่า คสช.พิจารณาเปิดศูนย์ลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว หรือ One Stop Service เพิ่มเติมในอีกหลายจังหวัด เช่น สมุทรปราการ ชลบุรี ระนอง ระยอง รวมไปถึงการสรุปการทำงานด้านการปรองดองสมานฉันท์ที่กระทรวงกลาโหมได้เชิญแต่ละภาคส่วนเข้าหารือเพื่อปฏิรูปที่คาดว่าจะส่งรายละเอียดได้ทั้งหมดปลายเดือนก.ค.นี้ นอกจากนี้ในที่ประชุมได้รายงานสถานะหนี้ของประเทศและผลการดำเนินงานตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2557 รวมทั้งสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี2557 ให้หัวหน้าคสช.ได้รับทราบ
ขณะที่หัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ของคณะทำงานคสช. ยังได้เสนอเรื่องให้หัวหน้าคสช. พิจารณาจำนวน 19 เรื่อง อาทิ การขอความเห็นชอบร่างข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าโดยสาร วิธีการจัดเก็บค่าโดยสาร และการกำหนดประเภทบุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล การขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า เป็นต้น
นอกจากนี้ได้มีการเสนอให้คสช. พิจารณา มาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยทางกระทรวงการคลังเสนอการขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีเป็นมาตรการด้านการคลังที่สำคัญในการช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 ผ่านการบริโภคและการลงทุน โดยทางกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ ซึ่งใช้เป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 พร้อมเสนอมาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อไปอีก 1 ปี ซึ่งทางคสช. จะได้มีการพิจารณาอนุมัติผ่านหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา 3 ฉบับต่อไป
พร้อมกันนี้ฝ่ายเศรษฐกิจโดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังยังได้เสนอหัวหน้าคสช. เห็นชอบเกี่ยวกับการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/2558 ผ่าน 3 โครงการ คือ โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/2558 โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2557/2558 โดยทั้ง3 โครงการฝ่ายเศรษฐกิจยืนยันว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาผลผลิตข้าวที่ออกมาจำนวนมากในช่วงนี้ได้





