คสช.ตั้งเป้า"รัฐ-ฝ่ายค้าน"เดินได้ทุกพื้นที่ทั่วไทย เล็งเลือกตั้งต.ค.58 "มท."เด้งอธิบดีกรมปกครอง
กกต.ถกคณะทำงานปฏิรูป คสช. เผยทหารมีเป้าหมายจัดเลือกตั้งต.ค.2558 จ่อเสนอแก้ปัญหาเลือกตั้งทั้งระบบ ด้าน"ศูนย์ปรองดอง"ตั้งเป้าหลังปฏิรูป "รัฐบาล-ฝ่ายค้าน"ต้องเดินได้ทุกพื้นที่ทั่วไทย ไม่มีม็อบต้าน ส่งชุดประเมินตรวจสอบหมู่บ้านเสื้อแดง ชี้งานคืบหน้า 70%
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าฝ่ายคณะทำงานปฏิรูป ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หารือกับนายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง และคณะ ถึงปัญหาอุปสรรคทั้งจากกฎหมายและการปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เมื่อวานนี้(30 มิ.ย.) ที่กระทรวงกลาโหม
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.เปิดเผยภายหลังการหารือว่า เป็นการเชิญกกต.ไปหารือถึงปัญหาอุปสรรคทั้งจากกฎหมายและการปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อเป็นข้อมูลไว้ให้กับสภาปฏิรูปประเทศ ที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณากฎหมายต่างๆ โดยก่อนหน้านี้คณะทำงานปฏิรูปได้รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักการเมือง นักวิชาการ นักธุรกิจ และภาคเอกชนแล้ว จึงอยากทราบความเห็นของกกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันทั้งระดับชาติ และท้องถิ่น
ทั้งนี้กกต.ก็ได้นำเสนอว่ากฎหมายหลายส่วนยากต่อการปฏิบัติ เพราะกฎหมายไม่ชัดเจน หลายส่วนปฏิบัติไม่ได้เลย เช่น ปัญหาจากการรับสมัคร กรณีนักบวช นักพรต แม่ชีมารับสมัคร หรือบุคคลที่อยู่ระหว่างการถูกจำคุกโดยคำสั่งศาล แต่ยังไม่ถึงที่สุดและต้องการลงสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งปัญหาการเลือกตั้งของเทศบาล ที่มีปัญหาเรื่องการแบ่งเขต ซึ่งยังทับซ้อนกันอยู่
"ยืนยันว่าการหารือเป็นเพียงการหารือถึงปัญหา ยังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดถึงแนวทางการแก้ไข เพราะต้องรอสภาปฏิรูปและกกต.ก็ต้องทำข้อมูลเสนอ โดยกกต.จะประชุมในวันที่ 3 ก.ค. ตามที่ได้มอบหมายให้รองเลขาธิการทุกด้านกิจการ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ ได้ระดมความคิดเห็นสรุปปัญหา และแนวทางการแก้ไขเพื่อนำเสนอต่อกกต.พิจารณา แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าในการประชุมกกต.วันที่ 3 ก.ค.นี้ จะมีข้อยุติหรือไม่"
นายภุชงค์ ยังปฏิเสธข่าวว่าไม่ได้มีการหารือถึงรูปแบบการเลือกตั้ง โดยเฉพาะที่มาของส.ส. ที่มีกระแสข่าวว่าจะให้มีส.ส.มาจากการสรรหา โดยในเรื่องดังกล่าวคณะทำงานปฏิรูปก็ได้สอบถาม และกกต.ก็ได้ยืนยันว่า ไม่เคยได้ยิน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยจัดการสรรหาส.ส. มีเพียงการสรรหาส.ว.เท่านั้น การสรรหาส.ส.จึงไม่น่าจะเป็นไปได้
"คณะทำงานปฏิรูปยังให้ความสนใจระบบการเลือกตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง การทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่ในการหารือก็ไม่มีการกำหนดกรอบว่าจะต้องให้กกต.จัดทำข้อมูลเพื่อเสนอไปยังคสช.เมื่อใด แม้ว่าทางคสช.จะมีเป้าหมายที่จะจัดการเลือกตั้งในเดือนต.ค.2558 ก็ตาม"เลขาธิการกกต.ระบุ
"สุรศักดิ"เปิด6กรอบปฏิรูปการเมือง
ด้าน พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวถึงการหารือกับ กกต.ถึงแนวทางการปฏิรูปการเลือกตั้งว่า กรอบคณะการทำงานในการเตรียมการปฏิรูปมีอยู่ 11 ประเด็น หนึ่งในนั้นคือประเด็นการปฏิรูปทางการเมือง โดยแบ่งข้อย่อยไว้ 6 ข้อ คือ 1.โครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ 2.โครงสร้างฝ่ายบริหาร 3.การสรรหา หรือการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม 4.การตรวจสอบการใช้อำนาจการควบคุม รวมถึงการถอดถอนการลงโทษ 5.การปฏิรูปพรรคการเมือง และ 6.การกระจายอำนาจ
"ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการโดยยังไม่ได้มีข้อยุติ ทั้งนี้การเชิญกกต.มาหารือเพื่อพูดคุยถึงเรื่องกติกาการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม รวมถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาของกกต.ถึงปัญหาอุปสรรคของการเลือกตั้งและช่องว่างการทุจริตในการหาเสียงการเลือกตั้ง"
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีการหารือกับฝ่ายการเมืองทั้งกลุ่มนปช.กลุ่มกปปส. ตัวแทน พรรคเพื่อไทย และตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งหมดแล้ว โดยจะรวบรวมความคิดเห็นพูดของทุกฝ่ายมาเป็นกรอบความคิดเห็นร่วมในการปฏิรูป หากนำคำพูดของคนใดคนหนึ่งก็จะมีแต่ความขัดแย้งกัน
ศปป.ตั้งเป้า"รัฐ-ฝ่ายค้าน"เดินได้ทุกที่
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กล่าวถึงความคืบหน้าของ ศปป.ว่า ศูนย์ปรองดองฯ มีการดำเนินการตามแผนงานที่ได้วางไว้ ซึ่งมีกิจกรรมหลัก 4 ประการ คือ 1.การคืนความสุขให้กับคนไทย ซึ่งจะได้เห็นว่ามีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งดนตรี กีฬา ขนบธรรมเนียบประเพณี 2.การลดหรือยุติความขัดแย้ง โดยได้มีการเชิญบุคคล และกลุ่มดังกล่าวมาพูดทำความเข้าใจ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความปรองดองสมานฉันท์ ทั้งที่เป็นรายบุคคล และกลุ่มก้อน ทั้งจัดเวทีสัมมนา และดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามแบบแผน
3.ขยายความร่วมมือไปยังภาคประชาสังคม ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งคนไทยทุกคนต่างเห็นด้วยที่จะให้ประเทศไทยกลับไปมีความรักความสามัคคีเหมือนเดิม และ 4.การเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมกับส่งข้อมูลมายังส่วนกลางตามนโบายของหัวหน้า คสช. และไม่ได้ชี้ถูกผิดเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน คือสิ้นเดือน ก.ค. จะรวบรวมข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่และส่งไปให้กับสภาปฏิรูป
"ศปป.มีการประเมินผลและอยู่ในเกณฑ์พอใจ ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ ส่วนคลื่นใต้น้ำก็จะต้องอาศัยการพูดคุยและการทำความเข้าใจ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ถ้าหากว่าศูนย์ปรองดองฯ ทำงานสำเร็จ เราก็จะได้เห็นว่านายกรัฐมนตรี นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ทุกคนต้องเดินได้ทุกตารางนิ้วในประเทศไทยนี้ ไม่ใช่เดินได้เฉพาะในภาคใดภาคหนึ่ง ต้องเดินให้ได้ในทุกพื้นที่ นายกรัฐมนตรีต้องบริหารราชการได้ ส่วน ส.ส.ก็จะต้องลงพื้นที่ดูแลประชาชนทุกกลุ่มก้อน นี่คือสิ่งที่เราปรารถนา"
เผยสร้างปรองดองคืบหน้า70%
พล.ท.กัมปนาท กล่าวอีกว่า การดำเนินการสร้างความปรองดองอยู่ที่ความเชื่อใจ และก็มีการตรวจสอบอยู่ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงมหาดไทย หรือ กระทรวงสาธารณสุข ในส่วนกองทัพเองก็มี ซึ่งจะลงพื้นที่ในแต่ละหมู่บ้าน 2-3 ครั้ง ว่ากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวมีความจริงใจในการปรองดองหรือไม่ สิ่งที่ทำอยู่เป็นจุดเริ่มต้นของความปรองดองสมานฉันท์ เพราะเปิดโอกาสให้คนมาพูดคุยกันตั้งแต่กลุ่มเล็กๆ มาจนถึงกลุ่มใหญ่ ซึ่งขณะนี้จะไม่มีการเรียกให้ใครมารายงานตัวอีก เพราะงานทุกอย่างมีความก้าวหน้าไป 60-70%แล้ว และเราพยายามปรับไปตามสถานการณ์
"ส่วนของหมู่บ้านเสื้อแดงก็มีการลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจ ซึ่งมองว่าชาวบ้านไม่ได้มีปัญหาแต่ที่สำคัญอยู่ที่แกนนำไปบอกข้อมูลที่ผิดๆ หรือเป็นการฝังชิพในหัวของชาวบ้าน ทำให้เขาเข้าใจบางสิ่งบางอย่างที่คาดเคลื่อนไป ซึ่งจะเห็นได้ว่า 2-3 ปีที่ผ่านมามีการฝังข้อมูลด้านเดียว และปฏิเสธข้อมูลด้านอื่นๆ ตรงนี้จะต้องเข้าไปชี้แจงกับชาวบ้านเพื่อให้รับข้อมูลข่าวสารในหลายทาง ในส่วนของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็เช่นกันที่จะต้องไปอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ ว่าประชาธิปไตยที่ถูกต้องคืออะไร ไม่ใช่เฉพาะแค่การเดินไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือต้องเคารพเสียงข้างมาก นี่ถือเป็นเปลือกนอกของระบอบประชาธิปไตย แต่ในส่วนของเปลือกในของระบอบประชาธิปไตยคืออะไร"
มท.ดันผู้ว่าฯสงขลารักษาการอธิบดีปค.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทย ว่า ตามที่ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 341/2557 สั่ง ณ วันที่ 29 มิ.ย.2557 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาราชการแทน และรักษาการในตำแหน่ง โดยเนื้อหาคำสั่งระบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 336/2557 ให้นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รักษาการแทนรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.นั้น
เพื่อให้การปฏิบัติราชการของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปด้วยความเหมาะสมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงให้ยกเลิกคำสั่ง มท.ที่ 336/2557 และมีคำสั่งดังนี้ 1.ให้นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง รักษาการแทนรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 2.ให้นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รักษาการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.2557 เป็นต้นไป





