"ปวีณา"แถลงปัญหาค้ามนุษย์ ยันไทยทำเต็มที่แก้ปัญหา ลั่นมีมานาน ส่วนกทม.มี"ซ่องคนรวย"มีหญิงไทยและต่างชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางปวีณา หงสกุล อดีตรมต.ว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี แถลงปัญหาการค้ามนุษย์ถูกลดระดับไปอยู่กลุ่มที่ 3 พร้อมกันนี้ได้มีเหยื่อเป็นหญิงสาวที่ถูกขบวนการค้ามนุษย์หลอกไปต่างประเทศ โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ เพิ่งช่วยเหลือกลับมาประเทศไทย จำนวน 3 ราย ได้เข้าพบนางปวีณาฯ เพื่อสอบถามและให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ไปต่างประเทศ
นางปวีณา กล่าวว่า ตามที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประเมินสถานการณ์และได้จัดอันดับประเทศไทยในปี 2543 - 2546 อยู่ในระดับ 2 (tier 2watch list ) ที่ต้องจับตามองเป็นเวลาติดต่อกัน 4 ปีเต็ม และเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้ลดอันดับชั้นลงไปอยู่ในระดับ 3 (tier 3 watch list) ซึ่งหมายถึง ประเทศที่ยังไม่สามารถปฎิบัติตามมาตราฐานชั้นต่ำตามกฏหมายว่าด้วยการยุติการค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกาได้อย่างเต็มที่ และไม่มีความพยายามใด ๆ ที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ รูปแบบการค้ามนุษย์ที่พบในประเทศไทยมีดังนี้ 1. การบังคับค้าประเวณี 2.การบังคับใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม 3.การบังคับขอทาน 4. การบังคับเพื่อธุรกิจทางเพศในรูปแบบต่างๆ
ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นปัญหาเชิงระบบของอุตสาหกรรมที่ยังไม่ก้าวหน้า จึงต้องยอมรับความจริงกับการค้ามนุษย์ที่มีมาช้านานและหยั่งรากลึกโยงใยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในปัจจุบันผู้ที่เกี่ยวข้องขบวนการค้ามนุษย์มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติแฝงตัวมาร่วมลงทุนในประเทศไทย เป็นอุตสาหกรรมขนาดกลาง ขนาดเล็ก บ้างก็ทำธุรกิจแฝงอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวหรือตามต่างจังหวัด ตะเข็บชายแดน จนกลายเป็นสถานบริการในรูปแบบต่าง ๆ แฝงบริการทางเพศ ส่วนในกรุงเทพหรือเมืองใหญ่ ๆ จะเป็นสถานบริการแฝงบริการทางเพศที่คนทั่วไปรู้จักดี ที่เรียกว่า "ซ่องคนรวย" มีทั้งหญิงไทยและหญิงต่างชาติให้บริการ ส่วนใหญ่ปลอมเอกสารเป็นคนไทยอยู่มากมาย แหล่งค้ามนุษย์ทั้งหลายมีท่อน้ำเลี้ยง เงินหมุนเวียนมหาศาล และยังมีผู้มีอิทธิพลมาเฟียอยู่เบื้องหลังด้วย ดังเช่น ยาเสพติด บ่อนการพนัน เป็นต้น
ซึ่งประเทศไทยยังมีขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติส่วนใหญ่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน พม่า ลาว กัมพูชา ถูกหลอกเข้ามาค้าประเวณีในประเทศไทย ส่วนคนไทยถูกหลอกไปค้าประเวณีในประเทศบางส่วน และคนไทยก็ยังถูกหลอกไปยังประเทศต่างๆ เช่น มาเลเซีย บาห์เรน แอฟริกาใต้ (South Africa) เกาหลี ไต้หวัน และอื่น ๆ อีกหลายประเทศ ซึ่งทำเป็นขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ เป็นเครือข่ายระหว่างประเทศ รัฐบาลทุกยุค ทุกสมัยให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจมากกว่าพัฒนาสังคม แม้ว่าทุกรัฐบาลจะมีนโยบายก็ตามแต่ในแนวทางปฎิบัติยังต่างคนต่างทำ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างกระทรวงกับกระทรวง ระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชน สถานประกอบการ หรือแม้แต่การทำงานเรื่องค้ามนุษย์ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อประสานส่งผู้ร้ายข้ามแดน ยกตัวอย่าง กรณี ช่วยหญิงไทยมาได้จาก แอฟริกาใต้ จับกุมผู้เป็นธุระจัดหาที่เป็นคนไทยได้ แต่ขบวนการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงกับไทยใน แอฟริกาใต้ (South Africa) จับไม่ได้เพราะไม่มีMOU กัน และคนไทยต้องไปขึ้นศาลที่นั่น อยู่ที่นั่นเป็นต้น
ประเทศจะต้องพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป นี่คือบทเรียนที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าปัญหาสังคมสามารถทำลายเศรษฐกิจได้ถ้าเราไม่ใส่ใจทำงานให้จริงจัง มีนโยบายนำไปสู่การปฎิบัติที่ชัดเจน ติดตามประเมินผล และการแก้ปัญหาก็ไม่สามารถจะทำได้ภายใน 1-2 วัน ปัญหานั้นหมักหมมมานาน ไม่ต้องโยนปัญหาให้กันและกัน แต่ควรจะเดินหน้าเข้าหาปัญหากันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม สถานประกอบการ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ เช่น ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการค้ามนุษย์ต้องทำงานด้วยอุดมการณ์และสุจริต
ปัญหาหลักที่ก่อให้เกิดการค้ามนุษย์ คือ 1.คอรัปชั่น ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาด เพราะคอรัปชั่น เป็นภัยร้ายแรงที่สุด หากปราบคอรัปชั่นไม่ได้ ปัญหาการค้ามนุษย์ก็ไม่มีวันน้อยลงหรือหมดสิ้นไปได้ ตัวอย่างเช่น คอรัปชั่น ที่มีอยู่แนวชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ลักลอบขนคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ชายแดนลาว พม่า กัมพูชา เป็นต้น และขั้นตอนที่ 2 เมื่อแรงงานเหล่านี้ลักลอบเข้าประเทสได้ ส่วนหนึ่งก็จะตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ เช่นบังคับผู้หญิงค้าประเวณี เด็กดถูกบังคับขอทาน ผู้ชายถูกบังคับใช้แรงงานต่างๆ
กรณีโรฮิงญา เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยมีนายหน้าลักลอบพาเข้าเมือง (ประเทศไทยเป็นทางผ่าน) ไปสู้ประเทศที่ 3 และขายหรือเรียกค่าไถ่ระหว่างอยู่ในประเทศไทย ซึ่งนายหน้าบุคคลเหล่านี้ ล้วนเป็นคนทั้ง 2 ประเทศ คือประเทศต้นทางและปลายทาง หากหน่วยงานภาครัฐ ตำรวจติดตามจับกุมขบวนการนายหน้าลักลอบพาคนต่างด้าวเข้าเมืองก็จะเป็นการสกัดกั้นแรงงานข้ามชาติมาสู่เส้นทางการค้ามนุษย์ได้ และเช่นเดียวกับหญิงไทยที่ถูกหลอกไปต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีหน้าที่หลักที่จะเช็คขบวนการค้ามนุษย์ทั้งต้นทางและปลายทางเพื่อจัดทำเป็นแบล็คลิส ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และตม.ระหว่างประเทศ เพื่อสกัดจับผู้ร้ายข้ามแดน ขบวนการค้ามนุษย์ที่เดินทางเข้าออกประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว นักธุรกิจเข้า-ออกประเทศไทยอย่างผิดปกติและสามารถขอความร่วมมือกับตำรวจสากล ตม.ระหว่างประเทศ เพื่อได้ข้อมูลจับกุมร่วมกัน
2. นายหน้าลักลอบแรงงานข้ามชาติ นายหน้าลักลอบแรงงานข้ามชาติเข้าประเทศและนายหน้าลักลอบหลอกคนไทย (หญิงไทย) ไปค้าประเวณีที่ต่างประเทศ หรือ ผู้ที่เป็นต้นเหตุก่อให้เกิดขบวนการค้ามนุษย์ที่ประเทศไทยเป็นต้นทางและปลายทาง
3.จัดทำบัตรแรงงานข้ามชาติ โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม เพื่อให้รัฐทราบจำนวนแรงงานข้ามชาติที่ต้องมีประวัติ เพื่อความมั่นคงของประเทศ และเพื่อให้แรงงานข้ามชาติไม่ถูกรีดไถ เจ้าของผู้ประกอบการไม่ตเองหลบซ่อนแรงงาน และแรงงานข้ามชาติไม่ต้องตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ หรือถูกนายจ้างหักเงินเดือนต้องทำงานใช้หนี้ที่ไม่เป็นธรรม
4.ลดขั้นตอนในการพิจารณาคดี เมื่อการจับกุมผู้ที่กระทำความผิดให้เร็วขึ้นเหยื่อจะได้ปลอดภัยไม่ถูกคุกคามต้องหลบหนีและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ จึงควรร่างพรบ. วิธีพิจารณาการสืบสวนสอบสวนคดีการค้ามนุษย์เพื่อลดขั้นตอนในการพิจารณาคดีให้เร็วขึ้นโดยการพิจารณาคดีสจากศาลชั้นต้นและนำไปสู่ศาลฎีกา (ไม่ผ่านศาลอุทธรณ์) เพื่อการดำเนินคดีสิ้นสุดโดยเร็ว ดังเช่น พรบ.พิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 และ พรบ.พิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551
มีข้อสังเกตว่าหลังจากประเทศไทยได้ถูกลดระดับจากสหรัฐอเมริกาเป็นระดับ 3 (tier 3watch list) นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหน่วยงาน ภาครัฐทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน สถานประกอบการ สมาคมค้าไทย อุตสาหกรรมประเทศไทย ประธานหอการค้าไทยฯลฯ ได้ตื่นตัวออกมาตอบโต้และจะรวบรวมจัดทำข้อมูล (Trip Reports ) ส่งให้สหรัฐจึงขอให้ท่านได้ประสานกระทรวสงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เพื่อศึกษาที่สหรัฐจัดทำให้รัฐบาลเพื่อเป็นแนวทางในการโต้ตอบ
จึงเชื่อว่า บริษัทส่วนใหญ่ดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีการค้ามนุษย์อยู่ในประเทสไทยและประเทศที่เป็นเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติทุกแห่ง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ทำงานช่วยเหลือสังคม และผู้ที่ทำดีมาตลอดขอให้ทุกท่านเดินหน้าร่วมและป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างที่ทุกอย่างออกมาร่วมกัน นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีและเชื่อว่าเราจะหลุดพ้นแน่นอน หากภาคเอกชนเข้ามาร่วมกับภาครัฐต่อสู้กับขบวนการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป ในสถานการณ์ปัจจุบัน คมช.สามารถใช้วิกฤตเป็นโอกาสจับผู้กระทำความผิดค้ามนุษย์ อย่างเช่น ยาเสพติด บ่อนการพนัน ทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรียินดีให้ข้อมูลที่ประชาชนให้เบาะแสมา โดยมูลนิธิปวีณาฯได้ทำงานแบบสหวิชาชีพ ร่วมกับกองปังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) บูรณาการร่วมกันตลอดมมา





