ตำรวจเผยการข่าวต้านคสช.อาจมีการเคลื่อนไหว นำอาวุธสงครามจากปท.เพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่กทม.และปริมณฑล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.ลงนามบันทึกข้อความด่วนที่สุดที่ 0001(ศปภ.ตร.)/309 ลงวันที่ 16 มิ.ย. ถึง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น.และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคมภายหลัง คสช.ประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานโดยให้ทุกหน่วยเร่งรัดดำเนินการดูแล รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีเป้าหมายในการระดม กวาดล้างยาเสพติด อาวุธปืน อาวุธสงคราม ระเบิดแสวงเครื่อง ระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ในรอบ 7 วันอย่างเข้มข้นระหว่างวันที่ 18-24 มิ.ย. 2257 รวมถึงเป้าหมายในการกดดันป้องปรามบุคคล สถานที่และสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านหรือการจัดกิจกรรม เคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีรายงานด้านการข่าวกลุ่มที่มีความเห็นต่างจะออกมาระดมแนวร่วมมวลชนออกมาเคลื่อนไหวในช่วงวันที่ 19-21มิ.ย.ในหลายพื้นที่ซึ่งเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์และนโยบายในการบริหาร ราชการของหัวหน้า คสช.
นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว พล.ต.อ.วัชรพล ยังมีคำสั่งด่วนที่สุดให้ฝ่ายสืบสวนทุกหน่วยข้างต้นสืบสวนหาข่าว ตรวจสอบ ติดตาม บุคคล และสถานที่เป้าหมายเพื่อเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจขอความร่วมมือให้ยุติการ กระทำหยุดพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยก แบ่งฝ่ายและให้ร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสนับสนุนการปรองดอง สมานฉันท์โดยให้ประสานกับหน่วยงานทหารในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ อาวุธปืน อาวุธ สงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องโดยให้เพิ่มระดับการปฏิบัติใน พื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงโดยมีนายตำรวจระดับที่ปรึกษา สบ. 10 และ ผช.ผบ.ตร.สายงานด้านความมั่นคงและป้องกันปราบปรามกำกับดูแลการปฏิบัติอย่าง ใกล้ชิดให้รายงานผลปฏิบัติของทุกหน่วยงานมายัง ตร.ทุกวันเวลา 07.00 น.จึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกันลงนามโดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร.) กำกับดูแลงานด้านความมั่นคงมีคำสั่งเน้นย้ำมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า ให้ตำรวจนครบาลร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทหารปูพรมกวาดล้างจับกุมอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และยาเสพติด เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงเป็นการแสดงศักยภาพการทำงานระหว่างตำรวจ และทหาร หลังการข่าวพบว่าอาจมีการเคลื่อนไหว และนำอาวุธสงครามจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล พร้อมกำชับเรื่องการตั้งด่านความมั่นคงตรวจตรารถยนต์ราคาแพงหรือรถที่มี ทะเบียนประมูลมากกว่าปกติเพราะอาจเป็นรถยนต์ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งจะพกพาอาวุธเป็นประจำพร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่ครอบครองอาวุธสงครามให้นำ อาวุธมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารได้ทุกเวลาแต่หากไม่มีในตอนนี้จะถือ ว่ามีความผิดฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ด้าน พล.ต.ต.ฉันทวัชย์ รามสูตร รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการปราบปรามอาชญากรรมรายงานผลปฏิบัติการป้องกันปราบปราม อาชญากรรมคดีอาญา 5 กลุ่มต่อ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น.และผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่า ตามคำสั่การ ตร.ที่ 0001 (ปป.)/268ลงวันที่ 8 มิ.ย.2557 ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลระดมกวาดล้างอาชญากรรมคดีอาญา5กลุ่ม ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดทุกชนิด ยาเสพติด การลักลอบเล่นการพนันทุกประเภทระหว่างวันที่ 9-15 มิ.ย.ที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติดังนี้ จับกุมคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาได้ 2 รายผู้ต้องหา 4 คน จับกุมคดีค้างเก่าฆ่าผู้อื่นและปล้นทรัพย์ 4 รายผู้ต้องหา 5 คน จับกุมความผิดคดีความผิดต่อชีวิตร่างกายและเพศข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเราได้รวม9 คดีผู้ต้องหา 9 คนเป็นคดีตามหมายจับค้างเก่า5คดี
คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์จับกุมได้ ทั้งหมด 20 คดีผู้ต้องหา 21 คนและตามจับคดีค้างเก่าได้17 คดีผู้ต้องหา 17 คนความผิดข้อหาลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ กลุ่มคดีอาญาที่น่าสนใจจับกุมได้ทั้งหมด 1 คดีเป็นคดีความผิดฉ้อโกงและตามจับกุมคดีค้างเก่าได้ 4 คดีผู้ต้องหา 4 คนความผิดข้อหายักยอกและฉ้อโกง กลุ่มคดีความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหายจับกุมคดีอาวุธปืนอาวุธสงครามรวม 44คดีผู้ต้องหา 44 คน ความผิดเกี่ยวกับสื่อลามก 2 คดีผู้ต้องหา 4 คน คดีความผิดเกี่ยวกับบุหรีและสุราเช่นขายในเวลาห้าม ขายโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นต้นจับกุมได้ 155 คดีผู้ต้องหา 177 คน ความผิดเกี่ยวกับการพนันจับกุมได้ 77 รายผู้ต้องหา 99 คนความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี 12 รายผู้ต้องหา 12 คนและความผิดเกี่ยวกับสถานบริการเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตและปล่อยให้มียาเสพ ติดรวม 50 คดีผู้ต้องหา 58 คน





