วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.โชว์เครื่องลงคะแนนเชื่อป้องกันทุจริตได้

กกต.โชว์เครื่องลงคะแนนรุ่น4 โวคุณสมบัติสุดเจ๋ง มั่นใจป้องกันทุจริตได้

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายบุญส่ง น้อยโสภณ และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กรรมการการเลือกตั้งได้ร่วมติดตามความคืบหน้าการพัฒนาเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ รุ่นที่ 4 ที่มีการพัฒนามาตั้งปี 2546

โดยนายศุภชัย กล่าวว่า หากสามารถนำเครื่องดังกล่าวมาใช้ในการเลือกตั้งได้ ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณที่ไม่ต้องจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และยังป้องกันการปิดล้อมการพิมพ์และจัดการส่งบัตรเลือกตั้งที่ที่ทำการไปรษีณย์ได้แต่ทั้งนี้คงต้องมีการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนให้เกิดการยอมรับให้ได้เสียก่อน และต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การนำเครื่องลงคะแนนมาใช้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามทางบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทยจำกัด ในฐานะผู้ผลิต ยืนยันว่าในเรื่องความขัดข้องของเครื่องระหว่างการลงคะแนนในช่วงเริ่มต้นของการใช้ไม่น่าจะมี เพราะมีกลไกในการป้องกันปัญหาไว้รองรับแล้ว อีกทั้งเป็นเครื่องที่มีความสมบูรณ์สูงสุดในขณะนี้ ส่วนการป้องกันการทุจริตนั้นเครื่องมีเป็นระบบปิดไม่ได้เชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์ที่จะสามารถออนไลน์ ให้สามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงการให้แต่ละด้านกิจการไปพิจารณาข้อขัดข้องของกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการเลือกตั้ง ว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมอยู่ยังไม่ได้ข้อยุติ จึงยังไม่มีการประชุมโดยกกต.จะพยายามให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด หากแล้วเสร็จก็จะนำเสนอต่อคสช.ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเครื่องคะแนนเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานกกต.ได้เริ่มต้นโครงการเมื่อปี 2546 โดยร่วมมือกับบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทยจำกัด พัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นรุ่น 4 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดแล้ว โดยเครื่องฯจะมีจุดเด่น คือเป็นระบบลงคะแนนโดยตรง ไม่ต้องใช้บัตร ไม่ทำให้เกิดบัตรเสีย รองรับบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด มีอักษรเบลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา มีคูหาในตัว และมีเสียงแจ้งถึงการเริ่มและการสิ้นสุดการลงคะแนน ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณได้จำนวนมาก

โดยเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ได้รับรางวัลผลงานการประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2556 จากสภาวิจัยแห่งชาติ โดย 1 ชุดจะประกอบด้วยเครื่องลงคะแนน 4 เครื่องและเครื่องรวมคะแนน 1 เครื่อง แต่ละเครื่องจะมีน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม และมีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมง โดยเมื่อการเปิดใช้งานให้มีการลงคะแนนแล้ว เครื่องจะเก็บข้อมูลไว้ในกล่องดำซึ่งจะถูกกำหนดให้ไม่สามารถแก้ไขหรือลบออกได้ก่อนระยะเวลาที่กำหนด

โดยปัจจุบันเครื่องดังกล่าวได้กำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูลไว้ 30 วัน โดยขณะนี้สำนักงานกกต.ได้ให้บริษัทวิทยุการบินฯ ผลิต เครื่องลงคะแนนฯต้นแบบจำนวน 200 ชุดในวงเงิน 40ล้าน บาท 1 ชุดจะตกราคาประมาณ 2 แสนบาท ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงานได้นำเครื่องฯไปให้สหกรณ์และโรงเรียนต่าง ที่มีการเลือกตั้งกรรมการฯได้ทดลองใช้ และขณะนี้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้งได้มีนโยบายนำร่องแนวทางในการนำเครื่องลงคะแนนมาใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น รวมทั้งในช่วงที่จะมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติและจะมีการยกร่างกฎหมายต่าง ๆ ก็จะมีการผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้นำเครื่องลงคะแนนไปใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นต่อไป