เปิดปมเบรก2โครงการ "แจกคูปองทีวีดิจิทัล-ประมูล4จี" เจาะทีวีดิจิทัลกับเงื่อนไขแจกคูปอง
สืบเนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งชะลอโครงการใหญ่ด้านโทรคมนาคม และบรอดแคสต์ ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กลับไปทบทวนวิธีดำเนินการของโครงการเหล่านี้ให้รอบคอบ มีรายละเอียดที่ชัดเจน โดยเฉพาะ "การแจกคูปองทีวีดิจิทัล และการประมูล 4จี" ส่งผลให้การแจกคูปองทีวีดิจิทัล และการประมูล 4จี ยังไม่มีความชัดเจน
ทีวีดิจิทัลกับเงื่อนไขแจกคูปอง
ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจระดับชาติ พ.ศ.2556 หรือการประมูล "ทีวีดิจิทัล" บริการธุรกิจ 24 ช่อง ประกอบไปด้วย ช่องเด็กและครอบครัว 3 ช่อง ข่าว 7 ช่อง วาไรตี้ เอสดี 7ช่อง และวาไรตี้ เอชดี 7 ช่อง อายุใบอนุญาต 15 ปี
โดยกำหนดราคาประมูล "ขั้นต่ำ" ช่องเด็กและครอบครัว ช่องละ 140 ล้านบาท ข่าวช่องละ 220 ล้านบาท วาไรตี้ เอสดี ช่องละ 380 ล้านบาท วาไรตี้เอชดี ช่องละ 1,510 ล้านบาท รวมราคาประมูลขั้นต้น 24 ช่อง อยู่ที่ 15,190 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในข้อ 10.2 วรรคสอง ของประกาศ ระบุว่า "ให้นำเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ส่งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ เงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนของราคาขั้นต่ำ จะนำไปเพื่อสนับสนุนให้ประชาชน ได้รับบริการด้านกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลอย่างทั่วถึง"
กสทช.กำหนดให้มีการประมูลทีวีดิจิทัล ระหว่างวันที่ 26-27 ธ.ค.2556 พบว่ารวมมูลค่าประมูลอยู่ที่ 50,862 ล้านบาท
จากนั้น คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้กำหนดการเปลี่ยนผ่านการรับส่งสัญญาณโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล ด้วยการกำหนดให้ใช้วิธีแจก "คูปองส่วนลด" สำหรับซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลให้ครัวเรือนไทยทั่วประเทศ จำนวน 22 ล้านครัวเรือน
เบื้องต้นหากพิจารณาจากตัวเลขราคาประมูลขั้นต้นที่มูลค่า 15,190 ล้านบาท และจำนวนครัวเรือนไทยตามทะเบียนราษฎรที่ 22 ล้านครัวเรือน ตามประกาศ แนวทางการกำหนดมูลค่าคูปองส่วนลด น่าจะอยู่ที่ 690 บาทต่อครัวเรือน แต่หลังการประมูลพบว่า มีการแข่งขันเสนอราคาในอัตราสูง ทำให้ราคาประมูลรวมอยู่ที่ 50,862 ล้านบาท
ดังนั้นมติ กสท. เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2557 กำหนดให้แนวทางการแจก "คูปองส่วนลด" ที่ 1,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ทำให้ประชาชนไม่มีภาระต้องจ่ายเงินเพิ่ม หากต้องการแลกซื้ออุปกรณ์ประเภทกล่องรับสัญญาณและสายอากาศ DVB-T2 เพราะราคาเฉลี่ยในตลาดอยู่ที่ 1,000 บาท โดย กสท. เสนอรูปแบบการใช้คูปองส่วนลด สามารถใช้แลกซื้ออุปกรณ์ 4 ประเภท ประกอบไปด้วย 1.จอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (iDTV) 2.กล่องรับสัญญาณดิจิทัล (set top box) ภาคพื้นดิน (DVB-T2) 3.กล่องรับสัญญาณดาวเทียม (DVB-S2) และ 4.กล่องรับสัญญาณเคเบิล (DVB-C)
ชะลอดำเนินการชั่วคราว
จากนั้น วันที่ 5 มิ.ย.2557 คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) "เห็นชอบ” มูลค่าคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลที่ 1,000 บาท ตามที่ กสท.เสนอ
พร้อมเห็นชอบให้ดำเนินการแจกคูปองส่วนลดให้กับ 25 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ แบ่งเป็นตามทะเบียนราษฎร์ 22 ล้านครัวเรือน และกลุ่มที่อยู่นอกทะเบียนราษฎร์ 3 ล้านครัวเรือน รวมเป็นมูลค่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง รวมมูลค่า 50,862 ล้านบาท
ตามกำหนดการเดิม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือ บอร์ดใหญ่ กสทช. มีวาระประชุมพิจารณา มูลค่าคูปองทีวีดิจิทัล และวิธีการใช้แลกซื้อในอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ในวันที่ 18 มิ.ย.2557 แต่ต้อง "ยกเลิก" พิจารณาวาระดังกล่าว
หลังจากวันที่ 17 มิ.ย.2557 คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งด่วน ให้ กสทช. "ชะลอ"การดำเนิน 4 โครงการไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้ง โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบรายละเอียดของโครงการ
ปม"4จี" ก่อนมีคำสั่ง "ชะลอ"
โครงการโทรคมนาคมที่เป็นความหวังของผู้ให้บริการมือถือในไทยอย่าง "ประมูล4จี" ที่เดิมกำหนดจะประมูลเดือน ส.ค.และเดือน พ.ย.ปีนี้ ได้ถูกท้วงติงจากกระทรวงการคลังถึงความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ประมูล ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นความขัดแย้งระหว่าง กสทช.และบมจ.โทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค จนทำให้โครงการประมูล 4จี ได้รับความสนใจสังคมไม่น้อย
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้ทำหนังสือท้วงติงการเปิดประมูล 4จี ของ กสทช. ถึงความเหมาะสมของหลักเกณฑ์การประมูล โดยนายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือเลขที่ กค.08181/6443 ถึงนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. โดยระบุว่า กสทช.ควรเปลี่ยนรูปแบบการประมูลใหม่ เพราะหากใช้การประมูลแบบเดิมที่ใช้ประมูลความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์นั้นจะไม่ทำให้เกิดผู้เล่นรายใหม่
กระทรวงการคลัง เห็นว่า กสทช.ควรกันคลื่นความถี่เฉพาะให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ได้เข้ามาประมูล หรือกำหนดเพดานให้ผู้ประกอบการรายเดิมเข้ามาประมูลได้ในจำนวนจำกัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนการประมูล 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ที่ไร้ผู้ประกอบการรายใหม่
ปมร้าว กสทช-ดีแทค
นอกจากนั้น ยังมีประเด็นร้อนแรงเกี่ยวเนื่องกับการเมือง ที่ผู้บริหารเทเลนอร์เผยต่อสื่อต่างประเทศว่า บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ได้รับคำสั่งจาก กสทช.ให้ระงับการใช้เฟซบุ๊ค ซึ่งวสร้างความไม่พอใจต่อ กสทช.
หลังจากนั้น พันเอกเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธาน กทค. กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า กทค. กำลังพิจารณา การถือหุ้นของต่างชาติในกิจการโทรคม จากปัจจุบันต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ตามพ.ร.บ.ประกอบกิจการคนต่างด้าว โดยจะตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น หากพบเอกชนรายใดส่อผิด ประกาศของกสทช.เรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ.2554 จะไม่สามารถเข้าร่วมประมูล 4จี บนคลื่น 1800 เมกะเฮิตรซ์ และคลื่น 900 เมกะเฮิตรซ์โดยจะตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบการถือหุ้นทั้งทางตรง ทางอ้อม การถือหุ้นไขว้ รวมถึงการตั้งบริษัทนอมินีถือหุ้นแทน รวมถึงมติของคณะอนุกรรมการจัดประมูล 4จี ที่ปรับหลักเกณฑ์จัดสรรใบอนุญาตใหม่
เยียวยา "ซิมดับ"
ขณะที่ประเด็น "ซิมดับ" อันเนื่องมาจากการครบกำหนดเยียวยาผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ภายใต้สัญญาสัมปทานระหว่าง บมจ.กสท.โทรคมนาคม ผู้ให้สัมปทาน แก่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด เครือ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด ที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทานไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2556 และ กสทช.มีมติขยายการเยียวยาผู้ใช้บริการออกมา 1 ปี ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 15 ก.ย.2557 แต่การโอนย้ายของผู้ใช้บริการยังไม่เสร็จสิ้น จึงเป็นประเด็นถกเถียงถึงประเด็นการเยียวยารอบใหม่ เพื่อให้ส่งผลกระทบกับผู้บริโภคน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด คสช.ก็ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช.สั่งให้ชะลอโครงการประมูล 4 จี ไว้ก่อน เช่นเดียวกับ การประมูลคลื่น 900 (4จี) ที่กำหนดการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ต่อร่างประกาศหลัก เกณฑ์และวิธีการประมูลวันที่ 19 มิ.ย.2557 ก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย





