วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งขึ้นทะเบียนต่างด้าว'คสช.'เล็งขยายอาชีพเพิ่ม

คสช.เดินหน้าจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว สั่งนายจ้างทำบัญชี-ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย ขณะแรงงานกัมพูชายังเดินทางกลับต่อเนื่อง สัปดาห์เดียว 1.8 แสนคน

วานนี้ (17 มิ.ย.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศฉบับที่ 68/2557 เรื่อง "มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวระยะที่ 1 เป็นการชั่วคราว" โดยสาระสำคัญ คือ ให้นายจ้างเร่งทำบัญชีต่างด้าวและขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ มาตรการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว คสช. ระบุว่าต้องการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ที่ได้ทวีความรุนแรงและยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม มาตรการของ คสช. ที่ได้ออกประกาศมาก่อนหน้านี้ ได้สร้างความแตกตื่นกับแรงงานชาวกัมพูชา ส่งผลให้หลั่งไหลกลับประเทศนับแสนคนในเพียงเวลาไม่กี่วัน

นายกอร์ สัม โสเริต ผู้ว่าราชการจังหวัดบันทายมีชัย กล่าวว่าจำนวนชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับจากไทยเข้าไปทางปอยเปตในช่วงเวลา 1 สัปดาห์ มากถึง 157,000 คน ขณะที่อีกประมาณ 20,000 คนข้ามแดนตรงจุดตรวจโอสะเม็ด ซึ่งอยู่ห่างจากปอยเปต 250 กิโลเมตร

ด้าน นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายงานแรงงาน กล่าวว่าประกาศคสช.ฉบับนี้ ถือเป็นมาตรการที่ดีมาก จะทำให้มีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวมาขึ้นบัญชีให้ถูกกฎหมาย และยังได้วางกรอบเวลาผ่อนผันให้ผู้ประกอบการมีเวลาทำบัญชีให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยคลายกังวลให้กับแรงงานต่างด้าวว่าทางการได้ให้เวลาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง และยังช่วยสยบข่าวลือการกวาดล้างแรงงานเถื่อนในไทย ซึ่งเชื่อว่าผู้ประกอบการจะดำเนินการได้ทัน เพราะทุกโรงงานต่างมีบัญชีรายชื่อแรงงานทั้งหมดอยู่แล้ว

นายสุชาติ กล่าวว่า คสช. ยังเน้นลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ให้ความร่วมมือ และมีส่วนในการค้าแรงงานเถื่อน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด โดยที่ผ่านมาสถานประกอบการบางแห่งยังใช้แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอยู่ ก็เพราะว่ามีขั้นตอนการขออนุญาตที่ยุ่งยาก ซึ่งหาก คสช. เข้ามาปรับปรุงกฎระเบียบให้การออกใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวให้ง่ายขึ้น ก็จะทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้แต่แรงงานที่ถูกกฎหมาย ซึ่งในนามของ ส.อ.ท. จะขอความร่วมมือกับสมาชิกทั้งหมดให้ความร่วมมือกับ คสช. เต็มที่

นอกจากนี้ ในประกาศฉบับดังกล่าว ยังได้เข้าไปกวดขันสถานประกอบการคุ้มครองดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องสวัสดิภาพแรงงานต่างด้าวอย่างเต็มที่ตามหลักสากล และจะช่วยยกระดับมาตรฐานแรงงานต่างด้าวของไทยในอนาคต

เตรียมขยายอาชีพให้แรงงานต่างด้าว

ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.) ว่า ปัญหาเกิดจาก 2 กรณี คือ 1.หน่วยงานด้านความมั่นคงมีความเป็นห่วงกรณีที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศโดยไม่ถูกกฎหมายและระเบียบ จึงมีความพยายามจัดระเบียบเพื่อให้เกิดความถูกต้อง

2.เรื่องความต้องการแรงงานทางด้านอุตสาหกรรมและภาคเกษตร ซึ่งต้องการจำนวนมาก มองว่าหากมีความเข้าใจสถานการณ์แล้ว แรงงานต่างด้าวเหล่านั้นจะทยอยเดินทางกลับเข้ามาเหมือนเดิม และเชื่อว่าแรงงานต่างด้าวจะเข้าใจว่า คสช.ต้องการจัดระเบียบและต้องการให้แรงงานกลับเข้ามาทำงานในระบบเช่นเดิม

ส่วนจะมีการขยายอาชีพให้กับแรงงานต่างด้าวจากเดิมที่มีอยู่ไม่กี่อาชีพนั้น พล.อ.อ.ประจิน บอกว่า ประเด็นนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องแรงงานต่างด้าว ได้เตรียมประชุมเพื่อหาข้อมูลมาเสนอหัวหน้า คสช. ซึ่งจะมี 3 ช่วงเวลาที่จะได้นำเสนอต่อไป

แจงทูตกัมพูชา-ย้ำจัดระเบียบให้ถูกต้อง

ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญ นางอีท โซเฟีย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือถึงนโยบายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย จากนั้น นายสีหศักดิ์ แถลงว่า ได้ย้ำให้ทูตกัมพูชาทราบว่า คสช.ให้ความสำคัญด้านนโยบายที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกัมพูชา

สำหรับเรื่องแรงงานนั้น ความจริงประเทศไทยต้องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้เข้าสู่ระบบถูกต้องตามกฎหมายไทย เพื่อไม่ให้แรงงานเหล่านี้ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือเข้าไปอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อให้แรงงานได้รับสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกับแรงงานไทย

"วินธัย" ขอนายจ้างทำความเข้าใจแรงงาน

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า หัวหน้า คสช.ระบุว่าการดำเนินการเรื่องแรงงานต่างด้าวก็เพื่อปรับปรุงให้กฎหมายและระเบียบต่างๆ ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวไม่ให้มีผลกระทบเหมือนในอดีต และจะดูแลแรงงานทุกชาติที่อยู่ในประเทศไทยอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม จึงฝากไปถึงนายจ้างให้ทำความเข้าใจแรงงานในกรณีที่ คสช.ขอความร่วมมือด้วย

ส่วนที่มีข่าวว่าทางการพม่าเรียกแรงงานกลับประเทศ ในส่วนที่เป็นแรงงานประมงนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบไม่มีการไปเร่งรัดหรือกวาดล้าง แต่นโยบายของ คสช.คือการจัดระบบแรงงานทุกชาติ ไม่ได้เฉพาะเจาะจง จึงต้องออกประกาศเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการประกอบการธุรกิจได้

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ได้รับทราบมา น่าเชื่อว่าอาจเกิดจากมีคนไม่หวังดีไปปล่อยข่าวจนเกินจริงว่าเจ้าหน้าที่ไปใช้วิธีการรุนแรงกับแรงงาน ซึ่งไม่ใช่การให้ข่าวปกติ แต่ต้องการสร้างความสับสนในสังคมและลดความน่าเชื่อถือของ คสช.

เร่งทำใบปลิวภาษาเขมร-พม่าแจก

นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งจัดทำใบปลิวเป็นภาษากัมพูชา เมียนมาร์ และลาว เพื่อมอบให้กับหัวหน้าส่วนราชการและผู้ประกอบการนำไปแจกจ่ายให้แรงงานของตนเองเข้าใจ

ด้านนายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานแบบมาเช้าเย็นกลับ ให้เข้ามาทำงานในภาคเกษตรกรรมต่อ ปัจจุบันใช้วิธีนี้อยู่แล้ว ส่วนแรงงานต่างด้าวที่จะได้รับผลกระทบจริงๆ คือ แรงงานภาคการก่อสร้างที่ต้องการให้เข้ามาในลักษณะการนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีหนังสือเดินทางและวีซ่า

นอกจากนี้ปลายเดือนมิ.ย. จะมีการเปิดด่าน 3 ด่าน ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จันทบุรี และ ตราด เพื่อให้บริการเบ็ดเสร็จแบบวันสต็อปเซอร์วิส และให้แรงงานต่างด้าวกลับเข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง