กกต.สั่งปรับระเบียบสืบสวนฯรับประกาศคสช.ให้ขยายเวลาสอบทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นภายใน60วัน
นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย สำนักงานกกต. แถลงสรุปการพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นว่ามีคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งสิ้น 1,002 สำนวน กกต.พิจารณาวินิจฉัยแล้วเสร็จ 413 สำนวน คงเหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ 589 สำนวน โดยที่กกต.พิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สั่งเลือกตั้งใหม่ และนับคะแนนใหม่ รวม 56 เรื่อง
นายดุษฎี กล่าวต่อว่า ส่วนสำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส.จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. มีทั้งสิ้น 34 เรื่อง กกต.วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว 1 เรื่องโดยเป็นกรณีไม่รับเป็นคำร้อง คงเหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการรวม 33 เรื่อง ซึ่งในจำนวนนี้มี 13 เรื่องที่มีการเสนอเข้าวาระพิจารณาของกกต.แล้ว ขณะที่สำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ว. จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มี.ค. มีทั้งสิ้น 39 เรื่อง กกต.วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว 15 เรื่อง โดยเป็นไม่รับเป็นคำร้อง 8 เรื่อง ยกคำร้อง 6 เรื่อง และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครส.ว.นครปฐม 1 เรื่อง คงเหลือสำนวนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 24 เรื่อง ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 เรื่องที่มีการเสนอเข้าวาระพิจารณาของกกต.แล้ว อย่างไรก็ตามคาดว่าสำนวนคัดค้านเลือกตั้งส.ส.และส.ว.ที่เหลือ น่าจะพิจารณาได้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ค.นี้
ทั้งนี้ นายดุษฎี ยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุมกกต.วันนี้ยังมีมติให้มีการปรับปรุงระเบียบ เกี่ยวกับการพิจารณาสืบสวนสอบสวนเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ให้สอดรับกับประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติห รือคสช. ฉบับที่ 58 ที่ให้กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง โดยสำนักงานฯจะมีหนังสือเวียนแจ้งไปยังสำนักงานกกต.จังหวัดทั่วประเทศว่าในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นหากมีการร้องเรียน กกต.จังหวัด มีเวลา 2 วันในการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเป็นคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และหากรับให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนให้แล้วเสร็จและส่งมายังกกต.กลางภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ส่วนการให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องนั้น ให้กกต.แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกร้องทราบในทันที โดยให้ผู้ถูกร้องต้องมาชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 3 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา และให้โอกาสในการเลื่อนการชี้แจงได้เพียง 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน รวมเวลาในการให้โอกาสชี้แจงไม่เกิน 6 วันตามเวลาปฏิทิน ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสู้กับการประวิงเวลาของนักเลือกตั้ง
นายดุษฎี กล่าวด้วยว่า ส่วนการยื่นเรื่องร้องเรียนนั้นก็จะแก้ไขให้มีการกำหนดให้ยื่นเรื่องร้องเรียนทันทีเมื่อมีเหตุ หรือภายใน 7 วันหลังการเลือกตั้ง เพื่อให้กกต.มีเวลาในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยกกต.คาดการณ์ว่า หากเป็นการร้องเรียนในทันทีเมื่อมีเหตุและเป็นความผิดที่กกต.ต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก่อนการประกาศรับรองผล กกต.น่าจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่ได้ถึง 2 ครั้งภายในกรอบเวลา 60 วันนี้ เพราะด้านบริหารงานเลือกตั้งยืนยันแล้วว่า สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายใน 10 วันนับแต่กกต.มีมติ โดยระเบียบสืบสวนที่มีการปรับปรุงนี้จะมีการนำมาใช้กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้กกต.ได้ประกาศชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งหมดของเดือนพ.ค.และมิ.ย.ออกไป หากคสช.ให้มีการจัดการเลือกตั้งในส่วนนี้เมื่อใด เมื่อเลือกตั้งแล้วมีการร้องเรียนก็จะมีการดำเนินการตามระเบียบนี้ทันที
"เราคงไม่ใช่เสือกระดาษหรือเป็นยักษ์ไม่มีกระบองอย่างเมื่อก่อนแล้ว ที่มีเวลาแค่ 30 วันต้องประกาศรับรองผล ทำให้เรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่ กกต.ไม่สามารถสอบสวนให้เสร็จได้ทัน ต้องประกาศรับรองผลไปก่อน แล้วมาดำเนินการภายหลัง แต่เมื่อมีประกาศคสช.ฉบับที่ 58 กกต.จะมีเวลามากขึ้น ยืนยันว่าจากนี้ไปจะใช้กลไกสืบสวนทั้งหมดที่มีในการเอาผิดกับผู้กระทำความผิดให้ได้"นายดุษฎี กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามในส่วนการสืบสวนสอบสวนนั้น ก็จะมีการปรับปรุงระเบียบ ว่าหากเป็นกรณีที่ทางจังหวัด หรือกกต. เล็งเห็นว่ามีการแข่งขันรุนแรง หรือเป็นพื้นที่ที่ผู้สมัครมีอิทธิพล กกต.จังหวัดทำงานได้ลำบาก ก็จะมีการพิจารณาตั้งคณะสืบสวนสอบสวนชุดพิเศษของส่วนกลาง ลงไปสืบสวนสอบสวนในพื้นที่
นอกจากนี้ นายดุษฎี ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งส.ส. ในกรณีร้องเรียนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้ทรัพยากรของรัฐขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการไปหาเสียงในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน การมอบเงินให้กับครอบครัวตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุสลายชุมนุม และใช้สื่อของรัฐหาเสียงเพื่อประโยชน์ของตนเองที่เป็นผู้สมัครส.ส.และพรรคเพื่อไทยว่า เรื่องยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการไต่สวนซึ่งเป็นชุดพิเศษที่กกต.แต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นกรรมการกำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่ ทราบว่าได้มีการเชิญข้าราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำแล้วจำนวนมาก รวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหา แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจไม่ได้เดินทางให้ถ้อยคำด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีชี้แจงเป็นหนังสือซึ่งสามารถทำได้อยู่แล้ว ยืนยันสำนวนคัดค้านกกต.ยังดำเนินการอยู่ คาดว่าอีกไม่นานจะแล้วเสร็จ





