"ผบ.ทอ."หน.ฝ่ายเศรษฐกิจคสช. ตรวจโรงไฟฟ้าขนอม กำชับพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ต้องมั่นคง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริษัทผลิตไฟฟ้าขนอมจำกัด ในเครือ EGGO พลอาอาศเอกประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคณะ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า โดยมีนายสุนชัย คำนูญเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปสถานการณ์การใช้ไฟ้ฟ้าภาคใต้ ในช่วงที่แหล่งก๊าซพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย JDA-A18 หยุดจ่ายก๊าซระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน 10 กรกฎาคม 2557 ทำให้โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ต้องหยุดเดินเครื่อง ทำให้กำลังการผลิตในภาคใต้หายไป 710 เมกะวัตต์ ดังนั้นเมื่อรวมกำลังในภาคใต้ที่เหลืออยู่กับการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางลงมา ทำให้ภาคใต้ มีกำลังผลิตไฟ้ฟ้าประมาณ 2,320 เมกะวัตต์ ในขณะที่กฟผ. คาดการณ์ ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในภาคใต้มีประมาณ 2,450 เมกะวัตต์ กระทรวงพลังงาน กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีมาตรการรองรับไว้เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้เพียงพอและให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ทั้งด้านโรงไฟฟ้า ระบบส่ง การสำรองเชื้อเพลิง และการรณรงค์ประหยัดพลังงาน
ทั้งนี้การใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ ช่วงวันที่ 13 - 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา สภาพระบบผลิต-ส่งไฟฟ้าของกฟผ.ในภาคใต้ สามารถจ่ายไฟได้ตามปกติ รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ของภาคใต้ในช่วงเวลา 18.30 -21.30 น. ได้อย่าเพียงพอ ภายใต้การติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงของศูนย์เตรียมความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้าเพื่อ 14 จังหวัดภาคใต้ของกฟผ. และหากการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ยังอยู่ในระดับที่ไม่เกินกำลังผลิตที่มีอยู่และไม่มีเหตุสุดวิสัยที่นอกเหนือการควบคุม ก็ไม่จำเป็นจะต้องเวียนดับไฟบางพื้นที่
ขณะที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของทุกฝ่ายในการเตรียมพร้อมแผนรองรับเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคง และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ อีกทั้งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียทำให้ผลกระทบด้านพลังงานไม่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต้องไม่ประมาทและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การประสานงานระหว่างองค์กรต้องดำเนินการตลอดเวลา เพื่อให้วิกฤตในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี
ส่วนทางด้านผู้บริหารบริษัทไฟฟ้าขนอมจำกัด ได้แจ้งว่าทางบริษัทมีความพร้อมในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบเชื้อเพลิงแบบน้ำมันเตา โดยขณะนี้ได้เตรียมสำรองน้ำมันเตาไว้อย่างเพียงพอ โดยหาก กฟผ.เห็นว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นแล้วจะต้องแจ้งมายังโรงไฟฟ้าล่วงหน้า 3 ชั่วโมงเพื่อเตรียมการวอร์มเครื่องและเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ทันที
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ.กล่าวว่า กฟผ.คาดหวังการลดใช้ไฟฟ้าของชาวใต้มากที่สุดเพราะหากใช้มากเกิน 2,300 MW นอกจากเสี่ยงแล้วยังต้องเดินเครื่องจากผลิตไฟฟ้าจากดีเซล ต้นทุนจะสูงถึง 9 บาท/หน่วย หากซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซียก็ราคาสูง 8.50 บาทซึ่งมีผลต่อค่าไฟฟ้าเอฟที ทั้งนี้การใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ ช่วงวันที่ 13-15 มิถุนายน ที่ผ่านมา สภาพระบบผลิต-ส่งไฟฟ้าของ กฟผ.ในภาคใต้ สามารถจ่ายไฟได้ตามปกติ รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ในช่วงเวลา 18.30 - 21.30 น. ของภาคใต้ได้อย่างเพียงพอ ภายใต้การเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงของศูนย์เตรียมความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้าเพื่อ 14 จังหวัดภาคใต้ ของ กฟผ.





