วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมชลฯถกสศช.ปรับโครงการน้ำ

กรมชลฯ ปรับโครงการน้ำใหม่ หลังจาก คสช. สั่งยุบรวมทั้งหมดเป็นโครงการเดียว ชง 2 โครงการทำได้ทันที วงเงินเกือบ 7,000 ล้านบาท

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งรวมโครงการด้านการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดเป็นโครงการเดียว หลังจากพบว่ามีโครงการซ้ำซ้อนกันหลายหน่วยงาน รวมทั้งโครงการการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการกองทัพบก ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งส่งแผนการบริหารจัดการน้ำให้กับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยขอให้ สศช.จัดกลุ่มเรื่องน้ำทั้งหมด เป็นโครงการระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว ตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11

ตามแผนของ สศช. ต้องการจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้ปีละ 200,000 ไร่ แต่ที่ผ่านมามีความล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาว

นอกจากนี้ อุทกภัยและปัญหาภัยแล้งมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงขึ้น โดยความสามารถเก็บกักน้ำเพื่อนำมาใช้งานได้ในฤดูแล้ง มีเพียง 74,000 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถใช้ได้จริงเพียงปีละประมาณ 55,000 ล้านลูกบาศก์เมตร สนองความต้องการใช้น้ำได้เฉพาะในพื้นที่ชลประทานเท่านั้น

ขณะที่ ความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นจาก 57,452 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในปี 2551 เป็น 65,452 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในปี 2559 โดยภาคกลางมีความต้องการใช้น้ำมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กรมชลประทานจะรวบรวมโครงการที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อหารือกับ สศช. และสำนักงบประมาณเนื่องจากมีบางโครงการที่ต้องของบประมาณเพิ่ม

ขณะนี้มีโครงการที่ดำเนินการได้ทันที 2 โครงการ คือ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยท่าพล ที่เพชรบูรณ์ ความจุอ่าง 12 ล้านลูกบาศก์เมตร วงเงิน 470 ล้านบาท และโครงการป้องกันน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วงเงิน 6,500 ล้านบาท ทั้ง 2 โครงการได้ผ่านผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ประชาพิจารณ์ และได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้ว

“โครงการที่คาดว่าจะทำได้เลย มีอีก 3 โครงการที่จะต้องหารายละเอียดอีกครั้ง แต่ทุกโครงการของกรมชลประทานมีประโยชน์กับประชาชน และเกษตรกรทั้งสิ้น ดังนั้นทุกโครงการน่าจะผลักดันให้ก่อสร้างโดยเร็วทั้งนั้น โดยกรมชลประทานมีเป้าหมายใหญ่จะขยายพื้นที่ชลประทานให้ครบ 60 ล้านไร่ จากปัจจุบัน 29 ล้านไร่" นายเลิศวิโรจน์ กล่าว

ก่อนหน้านี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอโครงการด้านน้ำที่สมควรจะจัดอยู่ในโครงการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ประกอบด้วย การดำเนินงานตามแผนการป้องกันและซ่อมแซมอาคารชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี 2556 วงเงิน 1,550.755 ล้านบาท โครงการตามแผนป้องกันปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน ดำเนินการในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา วงเงินตามสัญญา 160.477 ล้านบาท จะขอเพิ่มเป็น 170.343 ล้านบาท

โครงการก่อสร้าง Flood Wall ใต้คลองรังสิตฯ จากประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ไปคลอง 1 จังหวัดปทุมธานี วงเงิน 9.866 ล้านบาท จะขอใช้จากเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทที่ยังคงเหลือจ่ายอยู่ที่กรมชลประทาน โครงการป้องกันอุทกภัยระยะเร่งด่วนที่ค้างชำระ 128.873 ล้านบาท แผนเตรียมรับอุทกภัยปี 2557 จำนวน 523.996 ล้านบาท

นอกจากนี้ งานก่อสร้างโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 โดยเป็นงานก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านวังกลมเหนือ จ.พิจิตร วงเงินขอรับการจัดสรร 2,523.313 ล้านบาท ขอขยายระยะเวลาเบิกจ่ายเงินกู้ พ.ร.ก. เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555

โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เป็นงานก่อสร้างระบบส่งน้ำอาคารประกอบโครงการระบบส่งน้ำห้วยพุงใหญ่ จ.ร้อยเอ็ด และโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เพื่อใช้เป็นค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่ผู้รับจ้างทำจริง จำนวน 1 รายการ และใช้เป็นเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ จำนวน 2 รายการ วงเงิน 2.709 ล้านบาท