เลขาฯ ปปง.สั่งอายัดทรัพย์สินเพิ่มอีก 27 ล้านบาทของ "เสี่ยถัง" แก๊งค้าไม้พะยูงรายใหญ่ภาคอีสาน จ่อแยกรายคดีหาความเชื่อมโยงเครือข่าย
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณียึดทรัพย์ นายกัมปนาท ชัยมาตร หรือ เสี่ยถัง กับพวกในคดีค้าไม้พะยูงและสัตว์ป่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อปี 2543 เมื่อวานนี้ (13 มิ.ย.) ว่า ได้ลงนามคำสั่งอายัดทรัพย์สินในคดีนี้เพิ่มเติม โดยเป็นเงินฝากบัญชีธนาคารและที่ดิน รวม 8 รายการ มูลค่า 27 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ปปง. ได้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินการกระทำผิดในคดีนี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์จากการกระทำผิดจำนวน 98 รายการ อาทิ เงินสด รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ ทองคำแท่งหนัก อาวุธปืน นาฬิกาข้อมือ ซึ่งยังมีอีกหลายรายการที่รอการประเมินราคาอยู่
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า จากตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินของกลุ่มผู้ค้าไม้พะยูงรายนี้พบว่า เส้นทางการเงินต้นทางมาจากประเทศลาว และมีการโอนเข้ามาบัญชีในประเทศไทย โดยเข้าบัญชีคนกลาง 8 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายกัมปนาท โดยวิธีการโอนเงินจะโอนกันเป็นทอดๆ ก่อนถูกโอนออกไปยังบัญชีของบุคคลทางภาคใต้ของไทยและส่งต่อไปยังบัญชีที่อยู่ประเทศมาเลเซีย
"จากข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า กลุ่มเสี่ยถังไม่ใช่กลุ่มเดียวที่กระทำผิดแต่ยังมีเครือข่ายกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนมาก ซึ่งป.ป.ง จะตรวจสอบเป็นรายคดีเพื่อแยกให้เห็นความเชื่อมโยงต่อไป" เลขาธิการ ปปง. กล่าว
และว่า เครือข่ายมีทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งพบว่ามีการค้าข้ามชาติไปประเทศมาเลเซีย และจีน เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการไม้พะยูงจำนวนสูง
ที่ผ่านมา ปปง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายกัมปนาทกับพวกพบเงินหมุนเวียน ระหว่างปี 2554-2557 กว่า 1,183 ล้านบาท และมีการโอนไปยังบุคคลอื่นอีก 320 ล้านบาท
ยึดไม้พะยูงค่า 10 ล้านที่ศรีสะเกษ
เมื่อเวลา 03.20 น. วันเดียวกัน ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สนธิกำลังจับกุม นายมานพ คำสรนวน อายุ 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 บ้านกบัวขุนจง อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ขับรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮม 5817 กรุงเทพฯ ขนไม้พะยูงมาเต็มคันรถ บนเส้นทางโคกตาล-ไพรพัฒนา ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 14-15 บ้านโอปังโกว์ หมู่ 6 ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
จากการนับจำนวนไม้และวัดขนาดไม้ท่อน ไม้เหลี่ยม มีขนาดความยาว 200-220 เซนติเมตร วัดความยาวรอบวง มีขนาดตั้งแต่ 50-60 เซนติเมตร มีไม้พะยูงใหม่แบบถากกลม จำนวน 40 ท่อน มีไม้แกน จำนวน 35 ท่อน คิดเป็นปริมาตร จำนวน 2.27 ลูกบาศก์เมตร มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ทราบว่า คนขับรถตู้รับรถตู้จาก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ขับไปรับไม้ที่บ้านจำปานวง หมู่ 3 ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ รับค่าจ้าง เที่ยวละ 5,000 บาท ทำมาแล้ว 3 ครั้ง มีการเปลี่ยนมือคนขับที่ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร จึงแจ้งข้อหา ทำไม้ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครอง เกิน 0.2 ลูกบาศก์เมตร นำตัวส่ง สภ.ภูสิงห์ ดำเนินคดี
ลำปางจับลักตัดไม้ป่าสงวน
ที่ จ.ลำปาง พล.ต.อุกฤษณ์ อากาศวิภาต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 นำกำลังร่วมกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้ และค้าไม้เถื่อนได้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่จางฝั่งขวา เขตบ้านผาแมว ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง
โดยจับกุม นายสุชาติ การิต๊ะ อายุ 45 ปี และนายสุรศักดิ์ ต๊ะจันทร์ อายุ 40 ปี ขณะกำลังลำเลียงไม้สักแปรรูป 100 แผ่น ขึ้นรถกระบะ 2 คัน จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปขยายผลตรวจค้นบ้านเลขที่ 180 บ้านข่วงม่วง หมู่ 8 ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปางซึ่งเป็นบ้านของนายสุชาติ พบไม้สักท่อน ความยาว 5-6 เมตร จำนวน 86 ท่อน ไม้สักแปรรูปอีกกว่า 500 แผ่น และเลื่อยยนต์ 1 เครื่อง นอกจากนี้ยังยึดไม้สักท่อนขนาดใหญ่ 1 คนโอบ อีก 12 ท่อนที่อำพรางสร้างเป็นบ้านใหม่เพื่อเตรียมขนย้ายออกไปจำหน่าย
ยึดไม้ชิงชันซุกสระน้ำ
อีกราย ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 พร้อมกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง และนายสันทัด บันลือ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปาง นำกำลังไปตรวจค้นและยึดไม้ชิงชันจำนวนมากที่ซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำ ภายในสวนลำไย ไม่มีเลขที่ หมู่บ้านวังสัก หมู่ 10 ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง
จากการค้นหาเจ้าหน้าที่พบมีไม้ชิงชันแปรรูป ท่อนเหลี่ยมยาว 2 เมตร ซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำ ส่วนในป่าใกล้กับสระน้ำพบไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่ยาวกว่า 5 เมตร ซุกซ่อนอยู่พงหญ้า เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไม้ทั้งหมดไปเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าลำปางที่ 5 (แม่สุก)
แจ้ห่มศูนย์กลางค้าไม้ภาคเหนือ
พ.อ.วีระยุทธ กวยะปาณิกา ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานมวลชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 (ศปม.กอ.รมน.ภาค 3) กล่าวว่า ทหารและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ลำปางร่วมกันตรวจสอบที่ ต.เมืองมาย ต.แจ้ห่ม และต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง โดยได้ตรวจยึดบ้านไม้กว่า 13 หลังใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่ออำพรางเป็นบ้านสร้างใหม่แต่รอการขนย้ายไม้ส่งไปจำหน่ายให้กับกลุ่มนายทุนมอดไม้ต่างพื้นที่เพื่อส่งขายไปยังต่างประเทศ
จากการตรวจยึดมีทั้งบ้านไม้สักทอง และไม้ชิงชัน ทั้งนี้ ในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง และยังมีการออกตรวจสอบ และเอกซ์เรย์พื้นที่เป้าหมายอีกหลายจุด ซึ่งการเข้าตรวจยึดในครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการที่ทหาร กอ.รมน.เข้าตรวจยึดและปราบปรามขบวนการค้าไม้ชิงชันในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปางซึ่งเป็นแหล่งของขบวนการเครือข่ายภาคเหนือเพื่อนำส่งไม้ไปขายยังต่างประเทศ
โดยไม้ชิงชันถือว่าเป็นไม้เนื้อแข็งที่อยู่ในตระกูลเดียวกับไม้พะยูงซึ่งเป็นที่ต้องการของนายทุนที่ต้องการไม้ชิงชันในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ





