"ปลัดมหาดไทย"เร่งสร้างผลงาน กำชับลูกแถวสร้างความปรองดอง-กระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใน4เดือน
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วนตามนโยบายของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมทุกกรม ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
โดยนายวิบูลย์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดแผนโรดแม็พ 4 ข้อ คือ 1.การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ที่ต้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนในทุกระดับ การแก้ไขปัญหาความคับข้องใจของประชาชน โดยหลักการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ คือต้องบอกให้ประชาชนเข้าใจในการที่ คสช.เข้ามาระงับความขัดแย้ง โดยต้องรีบทำและทำในทุกพื้นที่ และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค และศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) โดยต้องทำงานให้มีผลลัพพ์ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศต่อไป 2.การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ดูแลทุกข์สุข และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนความต้องการของประชาชน ถึงตำบล หมู่บ้าน และครอบครัว 3.การกระตุ้นเศรษฐกิจลดความเลื่อมล้ำ ให้เน้นให้โครงการกิจกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต และ 4.การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เช่น แก้ปัญหายาเสพติด อาวุธสงคราม อาชญากรรม อิทธิพล การพนัน และอบายมุขอย่างจริงจังทุกพื้นที่ ซึ่งบางส่วนได้มีการทำไปแล้ว
"ทุกเรื่องจะต้องเร่งรัดดำเนินการช่วงเวลา 4 เดือน โดยระยะแรกคือการสร้างบรรยากาศที่ดีและรับฟังปัญหา จะใช้เวลาในเดือน มิ.ย.-ก.ค. หลังจากนั้นจะเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งในเดือน ส.ค.-ก.ย. ทั้งนี้ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งทำงานอย่างเต็มที่ในทุกมิติ และขอให้รับฟังความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของ คสช. และกระทรวงมหาดไทย ในการดูแลพี่น้องประชาชนในทุกๆ เรื่องต่อไป"นายวิบูลย์กล่าว
นายประพาส บุญยินดี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า การพูดคุยเพื่อสร้างความปรองดองนั้นไม่ใช่การละเว้นความผิด หรือนิรโทษกรรมให้คนที่กระทำผิด เพราะกระบวนการยุติธรรมก็ยังต้องดำเนินการอยู่ ทั้งนี้จังหวัดจะต้องเข้าไปทำความเข้าใจในพื้นที่โดยเร็ว โดยอำเภอควรเร่งตั้ง ศปป.อำเภอ และจังหวัดก็ตั้งศูนย์ประสานงานขึ้น โดยจังหวัดสามารถดำเนินการได้เลย ไม่ต้องเกรงใจใครอีกแล้ว เพราะตอนนี้ คสช.เรียกนักการเมืองและแกนนำกลุ่มต่างๆมาทำความเข้าใจแล้ว ส่วนการดำเนินการนั้นจังหวัดควรคิดกิจกรรมเพื่อสร้างความปรองดองตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน โดยทุกภาคส่วนจะต้องช่วยจังหวัดทำ รวมทั้งผสมผสานกับตำรวจ ทหาร ซึ่งก็เชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันจะสามารถทำสำเร็จได้
ด้านนายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองมีทั้งหมด 12 ภารกิจ ที่จะต้องเน้นย้ำเพื่อเร่งรัดผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอดำเนินการ คือ 1.การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องเหตุผลที่ คสช.ต้องเข้ามาดูแลประเทศ 2.การปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ 3.การป้องกันการสร้างสถานการณ์ ขอให้ตรวจพื้นที่เสี่ยงที่จะมีการซ่องสุมกำลังหรืออาวุธเพื่อนำมาสร้างสถานการณ์ได้ 4.การชุมนุมทางการเมือง ทางจังหวัดควรติดข่าวสารในพื้นที่ 5.การเผยแพร่ข่าวสารในลักษณะต่อต้าน คสช.
6.การลักลอบตัดไม้ 7.การพนัน 8.การติดตามทวงหนี้ชาวนา 9.การปราบปรามยาเสพติดที่จัดการอย่างเร่งรัดภายใน 30 วัน 10.การตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดและอำเภอ เพื่อยุติความเห็นต่าง โดย ศปป.จังหวัด หรือศปป.อำเภอ มีภารกิจโดยภายในสิ้นเดือน มิ.ย.ต้องเร่งทำความเข้าใจให้สังคม ไม่ให้มีความแตกแยก จากนั้นภายในเดือน ก.ค.จะต้องมีการรับฟังแนวคิดและข้อเสนอปฏิรูปจากประชาชน ส่วนเดือน ส.ค.และก.ย.จะต้องมีการเสริมสร้างความเข้าใจ โดยเน้นกิจกรรมที่เสริมสร้างความปรองดองและสามัคคีในพื้นที่ 11.การส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และ 12.การจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว ทั้งนี้ผลการปฏิบัติงานให้อำเภอรายงานการปฏิบัติไปยังจังหวัดภายในเวลา 10.00 น. จังหวัดรายงานมายังกระทรวงภายในเวลา 11.00 น. และกระทรวงรายงานให้ คสช.ในเวลา 12.00 น. และขณะนี้มีระบบบันทึกผลการดำเนินการตามประกาศและคำสั่งของ คสช. ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย หรือ E-Report เพื่อให้ผู้ว่าสามารถรายงานผลทางเว็บไซต์ได้ และยังมีการตั้งกลุ่มไลน์เพื่อให้รายงานได้สะดวกขึ้น





