วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปง.สั่งยึดทรัพย์'เสี่ยถัง'คดีค้าไม้พะยูง27ล้านบ.

ปปง.สั่งยึดทรัพย์ "เสี่ยถัง" ผู้ต้องหาค้าไม้พะยูงรายใหญ่ภาคอีสาน 27 ล้านบาท

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. เปิดเผยความคืบหน้าคดี การยึดทรัพย์ ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือหรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า กรณี นายกัมปนาท ชัยมาตร หรือเสี่ยถัง และพวก ในคดีค้าไม้พะยูงและสัตว์ป่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่ปี2543 โดยก่อนหน้านี้ ปปง. ได้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินการกระทำผิดโดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์จากการกระทำผิดจำนวน 98 รายการ อาทิ เงินสด รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ ทองคำแท่งหนัก 10 บาท อาวุธปืน นาฬิกาข้อมือ และยังอยู่ระหว่างรอประเมินราคาทรัพย์สิน อีก 45 รายการ มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท และอีก 97 รายการอยู่ระหว่างประเมิน

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนได้ลงนามคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิดเพิ่มเติมในคดีนี้ อีก 8 รายการ ประกอบด้วย ที่ดิน เงินฝากในบัญชีธนาคาร และอื่นๆ รวมอีก 27 ล้านบาท ทั้งนี้จากตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินของกลุ่มผู้ค้าไม้พะยูงรายนี้พบว่า เส้นทางการเงินต้นทางมาจากประเทศลาว และมีการโอนเข้ามาบัญชีในประเทศไทย เข้าบัญชีคนกลาง 8 คน ซึ่ง หนึ่งในนั้นคือนายกัมปนาท โดยการโอนเงินจะโอนเงินเป็นทอดๆ ก่อนถูกโอนออกไปยังบัญชีของบุคคลทางภาคใต้ของไทยและส่งต่อไปยังบัญชีที่ประเทศมาเลเซีย

"ขบวนการค้าไม้พะยูงในภาคอีสานไม่ได้มีกลุ่มเดียว มีทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งพบว่ามีการค้าข้ามชาติ ไปมาเลเซ๊ย จีน เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการไม้พะยูงจำนวนสูง นอกจากนี้จากข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า กลุ่มเสี่ยถังไม่ใช่กลุ่มเดียวที่กระทำผิดแต่ยังมีเครือข่ายกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนมาก ซึ่งป.ป.ง จะตรวจสอบเป็นรายคดีเพื่อแยกให้เห็นความเชื่อมโยงต่อไป" เลขาธิการฯป.ป.ง กล่าวและว่าที่ผ่านมาปปง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายกัมปนาทและพวก พบมีเงินหมุนเวียนระหว่างปี 2554-2557 กว่า 1,183 ล้านบาท และมีการโอนไปยังบุคคลอื่นอีก 320 ล้านบาท