"พล.ต.อ.ชัชวาลย์" ทำหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียกประชุมผู้บริหาร เตรียมรื้อคดีก่อความไม่สงบปี53
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวหลังประชุมผู้บริหารว่าได้มอบนโยบายการทำงานอย่างเป็นทางการกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ
โดยแบ่งการทำงานเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วยงานบริหาร งานด้านคดีพิเศษ งานคดีพิเศษภาค1-9 เดิมขึ้นอยู่กับอธิบดีโดยตรงเปลี่ยนเป็นให้ขึ้นกับสำนักคดีพิเศษภาคแทน และงานสนับสนุนคดีพิเศษ สำหรับศูนย์หรือกลุ่มงานที่ไม่เป็นตามโครงสร้างดีเอสไอเช่น คณะกรรมการแยกย่อยชุดต่าง ๆ พบว่ามีการทำงานที่ซ้ำซ้อนจึงให้ยุบไปขึ้นกับสำนักคดีตามโครงสร้างสำนัก
"ส่วน 3 หน่วยงานคือศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักบริหารคดีพิเศษ และ ศูนย์สืบสวนสะกดรอย ให้อยู่ภายใต้อำนาจอธิบดีดีเอสไอโดยตรง และเนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศเฝ้าระวังการค้ามนุษย์และสุ่มเสี่ยงที่ถูกปรับลดระดับ จึงมีแนวคิดผลักดันศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ขึ้นเป็นสำนักต่อต้านการค้ามนุษย์ " พล.ต.อ. ชัชวาลย์ กล่าว
พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้การรับคดีใดเป็นคดีพิเศษให้ยึดเหตุของคดีพิเศษเป็นตัวตั้งไม่ใช่เป็นโดยอัตโนมัติตามพ.ร.บ.แนบท้ายการสอบสวนคดีพิเศษ และไม่ยึดปัจจัยทางการเมืองเข้ามามีส่วนในการพิจารณารับคดี เพื่อให้ดีเอสไอเป็นมืออาชีพ เช่น คดีการพนันหากมีผู้มีอิทธิพลหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจึงจะเข้าเป็นคดีพิเศษ เน้นมาตรฐานการทำงานคดีที่ต้องสืบสวนสอบสวนเป็นหลัก
"สำหรับการทำคดีความมั่นคงจะมีการรื้อสำนวนคดีก่อความไม่สงบในปี 2553 โดยจะมีการทบทวนว่ามีผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้อง และข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้กระทำผิด ส่วนกรณีที่ในอดีตเคยมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ นับจากนี้ต้องไม่มี และผมจะเชิญผู้ประกอบการที่มีข้อมูลระบุว่าถูกเรียกเก็บเงินมาให้ข้อมูลด้วย
พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวอีกว่า ในขณะนี้จะยังไม่มีการโยกย้ายภายใน แต่จะให้เป็นไปตามวาระปกติ
" อย่างไรก็ตามในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติครบเกณฑ์ 213 คน แต่ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญมีเพียง 16 ตำแหน่ง จึงสั่งการให้ทบทวนและวางหลักเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ให้เป็นธรรมเพื่อตอบสังคม ยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้ดีเอสไอเป็นซุปเปอร์กรม ส่วนคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)บางคนหมดวาระไปตามตำแหน่ง โดยเฉพาะประธานกคพ.ที่กำหนดให้นายกรัฐมตรีเป็นโดยตำแหน่งจะนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษากับกระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สำหรับบอร์ด กคพ.บางคนที่ไม่มีคุณสมบัติก็ต้องพิจารณาตัวเองด้วยการลาออกแต่หากไม่ตัดสินใจก็ต้องให้เป็นคำสั่งของคสช. " พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าว





