กกต.โชว์ผลงาน 6 เดือนหลังรับตำแหน่ง เร่งสางคดีแล้วเกือบสี่ร้อยสำนวน เหลือปมยุบพรรคใหญ่ 3 เรื่อง เผยจ่อแก้ระเบียบรับเลือกตั้ง
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. แถลงถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศคืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่กกต. ว่า แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะคืนกฎหมายที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกกต. รวม 6 ฉบับมาให้กกต.ดำเนินการ แต่ กกต. คงไม่สามารถใช้ทุกส่วนของกฎหมายได้ เพราะบางเรื่อง คสช. ได้ประกาศยกเว้นไว้ เช่น การเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. คงไม่มีแน่นอน โดยกกต.จะใช้ช่วงเวลาขณะนี้ในการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นข้อด้อย เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งจะจัดทำข้อเสนอแนะวิธีการที่จะสามารถทำให้ได้คนดีที่ไม่ถูกครอบงำ และพรรคการเมืองที่ดีเข้าไปบริหารประเทศเมื่อมีการเลือกตั้ง พร้อมทั้งจะมีการพิจารณาปรับปรุงการบริหารจัดการเลือกตั้ง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิมากยิ่งขึ้น
"ตั้งแต่กกต.ชุดนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 56 ที่ผ่านมา ซึ่งจะครบ 6 เดือนในวันที่ 16 มิ.ย.57 นี้นั้น กกต.ได้เร่งพิจารณาสำนวนคดีด้านสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งที่ค้างอยู่และเข้ามาเพิ่มเติมจำนวน 1,002 สำนวน โดยแล้วเสร็จไปทั้งหมด 393 สำนวน คงเหลือ 609 สำนวน ส่วนสำนวนคดีที่เกี่ยวกับคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. ซึ่งมีอยู่เดิมรวมทั้งสิ้น 74 สำนวน พิจารณาไปแล้วทั้งหมด 57 สำนวน นอกจากนี้ ยังมีสำนวนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคการเมือง ที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน 3 เรื่อง คือ คำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ คำร้องยุบพรรคเพื่อไทย และคำร้องยุบพรรคเพื่อไทย และพรรคขนาดกลาง เช่น ชาติไทยพัฒนา พลังชล รวมใจไทย ภูมิใจไทย มาตุภูมิ รักประเทศไทย และมหาชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำร้องคัดค้านที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งการปกครองประเทศโดยไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยด้วย"นายภุชงค์ กล่าว
นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ยังมีสำนวนที่เกี่ยวกับคดีอาญาที่เป็นการกระทำผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 49 เกี่ยวกับการไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินจำนวน 29 พรรค รวมถึงเรื่องที่ขัดกับ มาตรา 56 เกี่ยวกับเงินบริจาคเข้าพรรค จำนวน 1 พรรค พร้อมกันนี้ ยังมีสำนวนค่าปรับทางปกครองตามความเห็นของนายทะเบียนพรรคจำนวน 44 เรื่อง รวมเป็นเงินกว่า 5.7 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากครบกำหนดการที่ให้ขยายเวลาเลือกตั้งท้องถิ่นออกไปในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ กกต.จะจัดการเลือกตั้งทันทีหรือไม่ นายภุชงค์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวกกต.อยู่ระหว่างการประสานงานกับคสช.ว่าคสช.จะมีคำสั่งหรือแนวทางให้กกต. ดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้ขัดกับหลักกฎหมาย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ทำให้กกต. มีมติขยายเวลาการรับสมัครสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นครบวาระในช่วงนี้ออกไปอีก 45 วัน และขยายเวลาการรับสมัครสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นในกรณีอื่น เช่น การลาออก หรือ เสียชีวิต ออกไปอีก 60 วัน เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวไม่ขัดต่อประกาศของคสช.ด้วย





