นักวิจัยฯ ม.แม่โจ้ เผยชาวนาเหนือส่วนใหญ่ต้องการให้มีโครงการประกันราคาข้าว เพื่อพยุงราคาผลผลิตไม่ให้ตกต่ำ
นายอนุพันธุ์ สมบูรณ์วงศ์ นักวิจัยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (แม่โจ้โพลล์) เปิดเผยว่า เรื่องของราคาข้าวที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ มีเกษตรกรบางส่วนอยากที่จะให้มีโครงการประกันราคาข้าว เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่ต้องจำหน่ายข้าวในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ประกอบกับชาวนาร้อยละ 80 ไม่ได้มีที่นาเป็นของตัวเอง ต้องเช่าที่นาเพื่อทำการเพาะปลูก เมื่อผลผลิตออกมาต้องแบ่งส่วนหนึ่งเป็นค่าเช่า ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์จึงเป็นกลุ่มชาวนาที่มีพื้นที่เพาะปลูกเป็นจำนวนมาก หรือกลุ่มที่มีพื้นที่นาแบ่งให้เช่า ส่วนชาวนาผู้ผลิตนั้นได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากราคาที่ตกต่ำ
สำหรับชาวนาในเขตภาคเหนือตอนบนนั้น ไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวจากรัฐบาลมากนัก และยังต้องการให้ทางภาครัฐเข้ามาประกันราคาข้าว หรือุดหนุนปัจจัยทางการผลิต เนื่องจากเป็นโครงการที่ได้รับเงินแน่นอน ภาครัฐให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดรับซื้อกว่าเท่าตัว ขณะเดียวกัน ข้อเสียคือจะไม่ได้รับเงินในทันที จึงเหมาะกับกลุ่มชาวนาที่มีเงินทุนหมุนเวียน ในการเพาะปลูก และเป็นกลุ่มที่มีพื้นที่ในการเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ จะมีโรงสีหรือผู้ประกอบการบางส่วนที่ไม่ได้อยู่ในโครงการของรัฐบาลที่ผ่านมา จะไม่เห็นด้วยกับโครงการประกันราคาข้าว เนื่องจากจะต้องรับซื้อข้าวในราคาที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดที่ผ่านมาจะมีชาวนาบางส่วนเท่านั้นที่เดือดร้อนเงิน และต้องการขายข้าวเพื่อให้ได้เงินสด โดยไม่นำไปขายให้กับโรงสีที่อยู่ในโครงการของภาครัฐ เนื่องจากได้เงินช้า และนำมาขายให้กับโรงสีที่ไม่อยู่ในโครงการในราคาที่ต่ำกว่าราคาประกัน
ขณะนี้ทางศูนย์วิจัยฯ กำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่เพื่อรวบรวมทำโพลล์เกี่ยวกับทัศนคติของเกษตรกรชาวนากับโครงการรับจำนำข้าว เบื้องต้นชาวนาส่วนใหญ่ต้องการให้มีโครงการประกันราคาข้าว หรือสนับสนุนปัจจัยการผลิต เนื่องจากหากไม่มีโครงการรับประกัน จะทำให้โรงสีต่างๆ กดราคาซื้อขาย ส่งผลให้ราคาข้าวตกต่ำ ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต กลุ่มชาวนาโดยเฉพาะที่ต้องเช้าพื้นที่ในการเพาะปลูกจะได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการที่ไม่มีการประกันราคา อย่างไรก็ตาม โครงการประกันราคาข้าว หรือ โครงการอุดหนุนปัจจัยการผลิต จะเป็นทางเลือกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ที่จะตัดสินใจ ในช่วงนี้ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด





