วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุเทพ'แจงศาลไต่สวนคดีฟ้อง'ธาริต'สลายแดง

"สุเทพ"ขึ้นศาลแจงยิบไต่สวนคดีฟ้อง"ธาริต"พร้อมพวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบคดีสลายแดงปี53 นัดอีก16มิ.ย.นี้

ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปัจจุบันปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 , 90 , 157 , 200 กรณีเมื่อเดือน ก.ค.54 - 13 ธ.ค.55 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ.ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ กระชับพื้นที่การชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ซึ่งโจทก์เห็นว่าการแจ้งข้อหาบิดเบือนจากข้อเท็จจริงและดีเอสไอไม่มีอำนาจ เพราะต้องเป็นการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.

โดยนายสุเทพ โจทก์ที่ 2 ได้เดินทางมาเบิกความด้วยตนเอง ถึงช่วงเหตุการณ์ชุมนุม นปช.เมื่อปี 2553 ว่า ในฐานะ ผอ.ศอฉ.มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ากระชับพื้นที่ บริเวณ ถ.ราชดำเนิน เดือน เม.ย.ด้วยอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน โล่ กระบอง และแก๊สน้ำตา ตามขั้นตอนหลักสากล แต่ปรากฎว่ามีกองกำลังติดอาวุธใช้อาวุธสงครามกับเจ้าหน้าที่ ทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลัง แต่ถูกผู้ชุมนุมปิดล้อมทำร้ายจึงออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนลูกซองจริงเพื่อป้องกันตนเอง และคุ้มครองประชาชน โดยกำชับให้ใช้อาวุธปืนยิงระดับต่ำกว่าหัวเข่า และรักษาระยะห่างกับผู้ชุมนุม เพื่อความปลอดภัย

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทหาร เข้ากระชับพื้นที่บริเวณ ถ.สารสิน ซึ่งระหว่างนั้นมีกองกำลังติดอาวุธ ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตลอดจนทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร และผู้สื่อข่าวต่างประเทศเสียชีวิต กระทั่งแกนนำ นปช. ได้ประกาศยุติการชุมนุม และเข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) โดยคดีชุมนุมดังกล่าว นายธาริต จำเลย เป็นผู้ทำสำนวนคดีที่โอนมาเป็นคดีพิเศษ และมีการแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้าย กับแกนนำ นปช.พร้อมสรุปสำนวนว่ามีกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่การชุมนุม และมีชายชุดดำใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ ซึ่งกองกำลังติดอาวุธดังกล่าวยังได้โยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ทหารและรัฐบาลว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยดีเอสไอสรุปสำนวนฟ้องส่งให้อัยการและมีความเห็นสั่งฟ้องและคดีดังกล่าวก็อยู่ในชั้นพิจารณาของศาลแล้ว

นายสุเทพ เบิกความด้วยว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ นายก ฯ ขณะนั้น ประกาศยุบสภา รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเข้ามาบริหารประเทศ ขณะที่นายธาริต จำเลยยังดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ แต่มีท่าทีเปลี่ยนไป กระทั่งเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.55 นายธาริต จำเลยได้เรียกโจทก์ทั้งสอง ไปรับทราบข้อกล่าวข้อกล่าวหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากสถานการณ์ชุมนุม ปี 2553 แต่ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยเจตนากล่าวหาให้โจทก์ทั้งสองเสียหาย ที่กลั่นแกล้งให้ได้รับโทษทางอาญา โดยทำบันทึกสรุปสำนวนว่านายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่ชอบด้วยกฎมาย และการชุมนุมของ นปช.เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช้กำลังก็จะไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น ซึ่งแตกต่างจากสำนวนข้อเท็จจริงในคดีการชุมนุม นปช.ที่นายธาริต จำเลย สอบสวนก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ขณะที่การสอบสวนของคณะกรรมการอิสระและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ฯ ที่เป็นองค์กรอิสระ ก็ได้สรุปรายงานข้อเท็จจริงตรงกันว่าการชุมนุมของ นปช. มีกองกำลังติดอาวุธ และชายชุดดำใช้อาวุธสงคราม ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

แต่อย่างไรก็ดีวันนี้ นายสุเทพ ยังเบิกความไม่แล้วเสร็จ ต้องตอบการซักค้านของทนายความจำเลย ศาลจึงนัดไต่สวน นายสุเทพ เลขาธิการ กปปส. อีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสุเทพ เลขาธิการ กปปส. วันนี้ สวมสูทสีเทา เดินทางมาศาลพร้อมทีมทนายความ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยไม่มีกลุ่มมวลชนมารอพบที่ศาลแต่อย่างใด คงมีเพียงตำรวจ สน.พหลโยธิน มาดูแลความเรียบร้อยเท่านั้น ขณะที่ นายสุเทพ ก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ