ถอดรหัสฟื้นกฎหมาย"เลือกตั้ง-พรรคการเมือง"หลังคสช.ออกประกาศฉ.57และ58มีเนื้อหาให้พรบ.ประกอบรรธน.2ฉบับ
จากกรณีที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ออกประกาศฉบับ ที่ 57 และ 58 ซึ่งมีเนื้อหาให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ สองฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยฉบับแรก คือ 1. ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 แต่ให้งดเว้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้ง และการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาไว้เป็นการชั่วคราวก่อน
ซึ่งในกรณีนี้เเป็นไปเพื่อให้อำนาจศาลพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่ยังคงค้างอยู่ในศาลสามารถดำเนินการต่อได้ โดยเฉพาะการเลือกตั้งวุฒิสภาชุดก่อนหน้านี้ และยังมีเรื่องที่กกต. กำลังพิจารณาอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหากกกต.เห็นควรเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ศาลก็จะรับไปพิจารณาต่อ
หมายความว่าแม้รัฐธรรมนูญจะไม่มีแล้ว แต่ใครที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งค้างไว้ก็มีสิทธิที่จะโดนใบแดงได้เช่นกัน
นอกจากนี้ในประกาศฉบับเดียวกันยังเขียนให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยเร็ว ทำให้จากนี้อีกไม่นานเราจะได้เห็นการเดินหน้าคดีทุจริตเลือกตั้งวุฒิสภาอีกจำนวนมากและหากมีเรื่องการเลือกตั้งส.ส. ค้างอยู่ก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ถูกฟื้นขึ้นมาอีกฉบับคือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 แต่ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่ดำเนินการประชุม หรือดำเนินกิจการใดๆในทางการเมือง และการดำเนินการเพื่อการจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรคการเมือง ให้ระงับไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งให้ระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคการเมือง ของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองไว้เป็นการชั่วคราวด้วย
กรณีนี้ทำให้พรรคการเมืองแม้ไม่ถูกยุบลงไป แต่ก็ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมใดๆได้ จึงคล้ายกับการ"แช่แข็งพรรคการเมือง" นอกจากนี้เงินอุดหนุนพรรคการเมืองก็จะถูกระงับลง
ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตอาจจะมีการใช้พรรคการเมืองเพื่อร่วมในกระบวนการปรองดอง จึงต้องให้คงสภาพเอาไว้ และเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็จะมีการออกแบบข้อกำหนดของพรรคการเมืองใหม่อีกครั้ง
และกฎหมายฉบับที่สามที่ให้ฟื้นคืนมาคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการทำประชามติในอนาคตหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีประกาศให้คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ยังคงอยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์เหมือนที่ผ่านมา และผู้ที่มีคดีอยู่ในศาลอุทธรณ์ก็ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และหากมีการเลือกตั้งใหม่ กกต.ก็ต้องประกาศผลการเลือกตั้งโดยเร็วไม่เกิน 60 วันนับจากวันเลือกตั้งซึ่งขณะนี้คดีที่เป็นที่จับตาคือคดีของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกทม. ที่ศาลอุทธรณ์นัดตัดสินคดีในเดือนส.ค.ที่จะถึงนี้





