"ราชทัณฑ์"จี้ผบ.คุกเอ็กซเรย์ผู้ต้องขัง-ผู้คุม ส่งรายงานวันต่อวัน หากพบมียาเสพติด ต้องรับผิดชอบ
พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยภายหลังประชุมสั่งการผู้บัญชาการเรือนจำที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและหน่วยสนับสนุนเรื่องการจู่โจมตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามตามระเบียบเรือนจำว่า ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เบื้องต้นทุกเรือนจำทั่วประเทศต้องดำเนินการจู่โจมตรวจค้น หรือบิ๊กคลีนนิ่งด้วยตนเองโดยให้ขอกำลังสนับสนุนจากตำรวจท้องที่และฝ่ายปกครองของแต่ละจังหวัด หากมีข้อมูลการข่าวถึงความผิดปกติหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากส่วนกลางจะเข้าจู่โจมตรวจค้น หากพบว่ามียาเสพติดหรือสิ่งของต้องห้าม ผบ.เรือนจำต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปปัดฝุ่นมาตรการต่างๆว่ามีช่องโหว่ตรงจุดใดและต้องเพิ่มเติมความเข้มข้นในจุดใด เพื่อไม่ให้นักค้ายาใช้เครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำได้อีก
"หากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่รู้เห็นเป็นใจกับผู้ต้องขัง การทำงานของเรือนจำต้องเรียบร้อย ดังนั้นผบ.เรือนจำทุกแห่งต้องตรวจสอบข้อมูลเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยแล้วรายงานเข้ามาที่ส่วนกลางเพื่อดำเนินการในวันที่ 16 มิ.ย. ได้เรียกประชุมผบ.เรือนจำทั่วประเทศเพื่อสั่งการให้นำไปสู่การปฏิบัติ โดยในช่วงของการประเมินผล 30 วัน ทุกเรือนจำต้องส่งรายงานเข้ามายังกรมราชทัณฑ์แบบรายวัน เพื่อให้มีข้อมูลชัดเจนว่าได้ปฏิบัติตามข้อสั่งการอย่างจริงจัง ทั้งนี้ไม่ได้ขีดเส้นว่าจะต้องประสบความสำเร็จ 100 %"
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า มอบหมายให้นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทำการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ต้องขังรายบุคคลและวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละเรือนจำ หากพบว่ารายใดยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด นอกเรือนจำให้เร่งเสนอข้อมูลเพื่อใช้อำนาจอธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งย้ายผู้ต้องขังไปควบคุมในแดนซุปเปอร์แมกซ์ของเรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี ซึ่งก่อสร้างไว้รองรับผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์เป็นนักค้ารายใหญ่และยังคงมีพฤติกรรมลักลอบนำอุปกรณ์สื่อสารมาสั่งการค้ายาเสพติดจากในเรือนจำ





