วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.ตั้งทีมสอบทรัพย์สิน5อดีตรมต.จำนำข้าว

"ประยุทธ์" กำชับกองทัพภาคเตรียมพร้อมตรวจสต็อกข้าวทั่วประเทศทันที ด้าน ป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน 5 รัฐมนตรีเอี่ยวจำนำข้าว

ภายหลังที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง ได้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าวอย่างสำคัญ วานนี้ (5 มิ.ย.) เมื่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เลขานุการคณะที่ปรึกษา คสช. ได้เดินทางไปพบกับคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอข้อมูลโครงการจำนำข้าว ขณะที่ป.ป.ช.เองได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเชิงลึกในแง่ทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวม 5 คน

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เลขานุการคณะที่ปรึกษา คสช.ได้เดินทางเข้าพบนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช., นายวิชา มหาคุณ และ นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช.เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว และโครงการประกันราคาข้าว ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไว้เป็นข้อมูลในเชิงลึก ซึ่งสอดคล้องกับกรณีที่คสช.ได้เตรียมตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเข้าตรวจสอบสต็อกข้าวทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการหารือระหว่างพล.อ.ดาว์พงษ์ กับประธานป.ป.ช.และคณะนั้น ใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเป็นการหารือกันในทางลับ

ก่อนหน้านี้คสช.ได้มีคำสั่งให้บุคคลไปรายงานตัว โดยมีอย่างน้อย 2 บุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการค้าข้าว คือ นายอภิชาต จันทร์สกุลพร อดีตประธานบริษัทสยามอินดิก้า ที่ป.ป.ช. กล่าวหา มีส่วนร่วมในการกระทำทุจริตขายข้าวรัฐต่อรัฐให้จีน นอกจากนี้ยังเรียกนายสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริษัทเอเชีย โกลเดนท์ไรซ์ เข้ารายงานตัวด้วย

คสช.สั่งกองทัพเตรียมตรวจสต็อกข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ของคสช.ประจำวัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และ หัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามการทำงานในแต่ละส่วนงาน ซึ่งได้มีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ

โดยในที่ประชุมได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ทหารในทุกกองทัพภาค เตรียมกำลังพลให้พร้อม เพราะทันทีที่มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. และคณะอนุกรรมการตรวจสอบสต็อกข้าวต่างๆ เสร็จสิ้น งานต่อไปก็คือการลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกข้าวทั่วประเทศทันที

ป.ป.ช.สอบลึกทรัพย์สิน 5 รมต.จำนำข้าว

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมป.ป.ช.ว่า ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าว จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1.นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 2.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ 3.นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ 4.นายยรรยง พวงราช อดีตรมช.พาณิชย์ และ 5.นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์

โดยมอบหมายให้นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการ และให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

ส่วนความเป็นไปได้ที่จะตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของคนใกล้ชิดทั้ง 5 รัฐมนตรีนั้น รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า หากปรากฏว่ามีการเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกัน ก็สามารถตรวจสอบได้

นายวรวิทย์ กล่าวด้วยว่า การประกาศเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค.2557 และเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ซึ่งจะครบกำหนดวันยื่นบัญชีในวันที่ 5 มิ.ย.2557 และวันที่ 20 มิ.ย.2557 คาดว่าจะสามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ประมาณต้นเดือน ก.ค.นี้

เผย5รมต.ยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ในวันที่ 5 มิ.ย.เป็นวันสุดท้ายของการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรี ที่พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. แต่ปรากฏว่ามีรัฐมนตรี 5 คน ที่ยังไม่มายื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ได้แก่ 1.นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2.นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง 4.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ 5.นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้สามารถยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินฯ ได้ภายในวันเดียวกันนี้ เวลา 16.30 น. หากไม่ยื่นภายในวันที่ 5 มิ.ย.ก็ต้องมีหนังสือชี้แจงมายัง ป.ป.ช. ว่ามีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร และ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าเป็นเหตุผลที่สมควรหรือไม่ หรือมีความจงใจในการปกปิดบัญชีทรัพย์สินฯ หรือไม่

นายวรวิทย์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย ที่เรียกร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบทรัพย์สินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ คสช.ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ดังนั้น ป.ป.ช.จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่

"ปลัดคลัง"พบป.ป.ช.แจงจำนำข้าว

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะพยานโครงการจำนำข้าว ได้เข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมประกอบสำนวนการดำเนินคดีอาญาต่อ นางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการดังกล่าว เนื่องจากไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามที่มีอำนาจหน้าที่

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เดินทางมาก่อนเวลาที่ป.ป.ช.นัดหมายกว่า 1 ชั่วโมง โดยหลีกเลี่ยงใช้ประตูทางเข้าด้านหลัง แทนด้านหน้าอาคารซึ่งเป็นทางเข้าออกตามปกติ

คลังชงแผนปิดบัญชีจำนำข้าว

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังเป็นประธานนั้น ได้สิ้นสุดลงหลังจากที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว ได้สิ้นสุดการเป็นรัฐบาล ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการรอนโยบายจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า จะมีนโยบายในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร

"ชัดเจนแล้วว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐบาลที่ได้แต่งตั้งมา ขณะนี้เรารอความชัดเจนจาก คสช.ว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งผมเข้าใจว่า คสช.กำลังพิจารณาเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากไม่เร่งปิดบัญชี ภาระต้นทุนเงินกู้ก็จะเดินไปเรื่อยๆ"เขากล่าว

สำหรับการเข้าชี้แจงป.ป.ช.ต่อกรณีการทุจริตในโครงการจำนำข้าวนั้น เขากล่าวว่า ตนชี้แจงตามข้อมูลที่มี ซึ่งได้เข้ามารับตำแหน่งในช่วงที่โครงการจำนำข้าวใกล้สิ้นสุดลง จึงไม่ทราบรายละเอียดมากนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสรรค์ ถือเป็นพยานปากที่ 3 ที่ป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนเพิ่มเติม และในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ป.ป.ช.นัดไต่สวนพยานปากสุดท้าย คือ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

"หมอวรงค์"เสนอคสช.ยุติจำนำข้าว

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เสนอแนะไปยัง คสช.ให้ยุติโครงการรับจำนำข้าว เพราะหากยังคงโครงการนี้ต่อไป ปัญหาการทุจริตจะตามมาหลอกหลอน คสช.เหมือนเดิม เนื่องจากคสช.จะต้องมีโรงสี เซอร์เวเยอร์ โกดังเก็บข้าว และการระบายข้าว ซึ่งขั้นตอนต่างๆ อาจเกิดการทุจริตได้เหมือนที่ผ่านมา

ดังนั้น ขอเสนอ 2 มาตรการ คือ 1.มาตรการเยียวยาเฉพาะหน้า โดยจ่ายเป็นเงิน ในส่วนของค่าปุ๋ย ค่ายา ปัจจัยการผลิต ตามความเป็นจริง ซึ่งอาจคำนวณให้ 1,000-2,000 บาทต่อไร่ และ 2.นำโครงการประกันรายได้กลับมาใช้ เพราะเป็นโครงการที่สากลให้การยอมรับ ดังนั้นขอให้คสช.เร่งตัดสินใจ เพราะขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อน

นอกจากนั้น คสช.จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้าวในโกดังที่หายไป ที่มีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ไม่ใช่ผู้ที่มาจากกระทรวงพาณิชย์ และทำการปิดโกดังข้าวของรัฐทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบทั้งปริมาณและคุณภาพ คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน