กรมทรัพยากรธรณีเตือน 7อำเภอเชียงราย เฝ้าระวังดินภูเขาถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว ปรับเกณฑ์รับมือ หลังพบดินภูเขาถล่มกระทบจากแผ่นดินไหว 1 เดือน
นายสมบูรณ์ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ตามมาตราริกเตอร์เมื่อวันที่5 พฤษภาคม หรือครบ1 เดือนแล้ว ขณะนี้ยังคงมีรายงานเกิดอาฟเตอร์ช็อกรวมกันกว่า 900 ครั้ง ซึ่งล่าสุดยังมีการสั่นไหวขนาด 2.2 ตามมาตราริกเตอร์ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ซึ่งถ้าดูตามกราฟที่เกิดขึ้น คาดว่าอย่างช้าอีก 2 เดือนก็น่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม สำหรับการดำเนินการติด ตามเพื่อเฝ้าระวังธรณีพิบัติภัยจากแผ่นดินไหว ปัจจุ บันยังพบหลายพื้นที่ยังมีปรากฎการณ์โคลนผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่หมู่ 4 บ้านสันกันแฮ้ว อำเภอแม่ลาว ที่พบดินผุดขึ้นมาตามรอยแยกจนถึงตอนนี้ แต่จะไม่เป็นอันตราย
นายสมบุญ กล่าวอีกว่า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ รวมทั้งความเสียหาย และผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั้งอาคารบ้านเรือน วัด โรงเรียน ร่องรอยถนน และปรากฎการณ์อื่นๆ ทางกรมทรัพยากรธรณี ได้นำมาใช้ในการจัดทำแผนที่ความเสียหายจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ โดยได้ตีวงรัศมีจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่อำเภอแม่ลาว ตีรัศมีห่างออกไปราว 50 กิโลเมตร จากนั้นจะแบ่งระดับความเสียหายออกเป็น 3 กลุ่ม เช่น 50-40 กิโลเมตร 40-30 กิโลเมตร และ 30-10 กิโลเมตร โดยคาดว่าแผนที่ความเสียหายฉบับร่างจะแล้วเสร็จในเดือนก.ค.นี้
ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กล่าวด้วยว่า แต่สิ่งที่ต้องติดตามเป็นพิเศษคือการเกิดดินถล่มจากภูเขา โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงรายที่เกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงหน้าฝนแล้วต้องเพิ่มเกณฑ์เฝ้าระวังแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น เพราะหลายจุดที่สำรวจพบหินและดินร่วงลงมาจากภูเขาเช่นที่ บ้านธารทอง อำเภอแม่ลาว เป็นต้น ทั้งนี้กรมทรัพยากร ธรณี ประสานเครือข่ายแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยในพื้นที่ 7 อำเภอของเชียงราย ประกอบด้วยอำเภอพาน อำเภอ แม่ลาว เชียงแสน ป่าแดด แม่สรวย อำเภอเมือง ต้องระวังดินถล่มโดยลดเกณฑ์เฝ้าระวังจากเดิมที่กำหนดให้ปริมาณฝน 120 มิลลิเมตร ให้เตรียมอพยพ ลดเหลือเพียง 100 มิลลิเมตรให้ เตรียมอพยพ โดยเฉพาะพื้นที่พาน แม่ลาว





