พรรคเพื่ออนาคตประกาศยุติบาท สิ้นสภาพทางการเมือง เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองทบทวนบทบาท งดแสดงความเห็น กระทบงานปฏิรูปของ คสช.
นายพูลเดช กรรณิการ์ หัวหน้าพรรคเพื่ออนาคต พร้อมด้วยนายณัฐกฤตย์ แก้วโสวัฒนะ รองหัวหน้าพรรค และนายฐัตปกรณ์ เสมอเหมือน ผู้อำนวยการพรรคเพื่ออนาคต ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอยุติบทบาททางการเมืองและขอสิ้นสภาพพรรคเป็นการถาวร โดยนายพูลเดช อ่านแถลงการณ์ว่าหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศฉบับที่ 11 ให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด 2 ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองต้องสิ้นสุด ดังนั้นในทางปฏิบัติถือว่าสถานภาพขอพรรคการเมืองสิ้นสุดลง แม้จะไม่มีประกาศ คสช. ให้ยุบพรรคการเมือง และล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีหนังสือแจ้งไปยังพรรคการเมืองให้คืนเงินกองทุนเพื่อพัฒนาการเมือง และทำกิจกรรมพรรคการเมือง เพราะถือว่าพรรคการเมืองไม่มีสภาพเป็นพรรคอีกต่อไป ดังนั้นทางพรรคเชื่อว่าหากพรรคการเมืองได้ดำเนินกิจกรรมใดๆ อาจจะขัดต่อประกาศ คสช.ได้ ดังนั้นพรรคจึงขอยุติบทบาททางการเมืองและไม่ขอจัดตั้งใหม่หรือคืนสภาพความเป็นพรรคการเมืองไม่ว่าในกรณีใดๆ
นายพูลเดช อ่านข้อเรียกร้องไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ด้วยว่า ขอให้งดการแสดงบทบาทหรือความเห็นใดๆ ขณะนี้เพื่อให้ คสช. ได้ทำงานเพื่อปฏิรูปประเทศราบรื่น และระหว่างนี้ขอให้นักการเมืองและพรรคการเมืองทบทวนบทบาทตนเองหลังมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตความขัดแย้งของประชาชน
นายพูลเดช ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ทางพรรคจะมีหนังสือไปยัง กกต. อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ส่วนบทบาทของพรรคหลังจากนี้จะไม่ไปร่วมงานการเมืองกับพรรคการเมืองใดๆ อีก รวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนาของนายบรรหาร ศิลปอาชา เพราะมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกัน
ด้านนายณัฐกฤกตย์ กล่าวในประเด็นการปฏิรูปการเมืองของ คสช. ด้วยว่า ตนอยากให้มีการวางกรอบและกติกาทางการเมืองของนักการเมืองรุ่นเก่าที่มีอิทธิพล และมักแสวงหาผลประโยชน์ เพื่อขยายโอกาสให้นักการเมืองหน้าใหม่ให้เข้ามาทำงานทางการเมืองในสภามากขึ้น เบื้องต้นตนเห็นว่าต้องมีกติกาให้นักการเมืองทุกระดับเปิดเผยหรือรายงานบัญชีทรัพย์สินหรือรายรับ ทุกเดือน หรือจำกัดการใช้เงินในทางการเมืองแม้นักการเมืองจะมีฐานะทางการเงินที่ดี แต่ต้องห้ามนำมาใช้เพื่อการเมือง เป็นต้น





