"ม.ล.ปนัดดา"เรียกประชุมส่วนราชการกำชับดำเนิน 8 มาตรการ ปฏิรูประบบราชการ
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมส่วนข้าราชการจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือกันในเรื่องการทำงานในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาล รวมถึงการปฏิรูประบบราชการ
ม.ล.ปนัดดา ได้ระบุในที่ประชุมว่า ระบบราชการไทยแม้จะมีการปฏิรูปติดต่อกันมาอย่างยาวนานและมีหลายหน่วยงานมียุทธศาสสตร์ในการพัฒนาระบบราชการไทย มีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไปแล้วหลายมิติ เช่นสำนักงานก.พ.ร./ก.พ. แม้แต่กระทรวง กรมในสังกัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการตอบสนองและสร้างความเชื่อมั่นบนศรัทธาความโปร่งใสเป็นธรรม ประชาชนเข้าถึงได้โดยมีการทำงานร่วมกันในลักษณะบูรณาการ มีแผนยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกัน มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ให้เกิดขึ้นได้โดยเร็ว สปน.จึงขอกำชับมายังทุกส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกหน่วย ดำเนินการ 8 มาตรการอย่างเคร่งครัดจากนี้ไป ดังนี้
1.สร้างควมเชื่อมั่นศรัทธาในการบริการประชาชน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง คุณภาพการให้บริหารและเสริมสร้างวัฒนธรรมบริการที่เป็นเลิศ 2.การพัฒนาองค์กรให้มขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย ข้าราชการมีความเป็นมืออาชีพ จัดโครงสร้างทันสมัย กะทัดรัด เรียบง่าย คล่องแคล่ว รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ประหยัด มีคุณค่า มีความรับผิดชอบต่อสังคม
3.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความสิ้นเปลือง มีความคุ้มค่า
4.การวางระบบการบริหารงานราชการแบบบูรณาการ พัฒนาระบบประสานความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
5.การส่งเสริมระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองบนความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เสริมสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างภาครัฐกับภาคส่วนอื่นๆ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ถ่ายโอนภารกิจภาครัฐที่ไม่จำเป็นให้ภาคส่วนอื่น ๆ
6.การยกระดับความโปร่งใสบนพื้นฐานระเบียบกฎหมายและยึดหลักธรรมาภิบาล วางมาตรการควบคุมตรวจสอบการใช้งบประมาณ ประสานป.ป.ช.วางระบบตรวจสอบในภาครัฐอย่างรอบคอบรัดกุม 7.ขยายผลโครงการใต้ร่วมพระบารมีเดียวกัน 8.การสร้างความพร้อมของระบบข้าราชการไทย เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วสปน. เป็นองค์กรหลักร่วมกับทุกภาคส่วนในการกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนกรทำงานอย่างเร่งด่วน เพื่อก้าวไปพร้อมกันบนความเชื่อถือและไว้วางใจซึ่งกันและกัน นำพาความเจริญรุ่งเรืองทางการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยสู่ประเทศไทยในอนาคตอันใกล้





