ดีเอสไอรื้อคดีรถจดหรู จัดชุดล่ายึดเน้นปอร์เช่ เฟอร์รารี่ โรสลอยด์ บี้ศุลกากรเร่งเรียกคืนภาษีกว่า 1,800 ล้าน จ่อตรวจสอบเพิ่มอีก 5,000 คัน
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษภาค หัวหน้าคณะทำงานสอบสวนคดีรถจดประกอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รักษาการอธิบดีดีเอสไอ มอบหมายให้สรุปความคืบหน้าการดำเนินคดีกับขบวนการรถจดประกอบ ซึ่งที่ผ่านมาได้ตรวจสอบรถยนต์ราคาตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 548 คัน ตรวจสอบแล้ว 379 คัน ส่งสำนวนให้กรมศุลกากรดำเนินการตามพ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร จำนวน 236 คัน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของอธิบดีกรมศุลกากร โดยดีเอสไอตั้งเป้าจะสามารถเรียกคืนภาษีกับรถจดประกอบที่ชำระภาษีไม่ถูกต้องประมาณ 1,812 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม คณะทำงานได้เสนอมาตรการในระยะเร่งด่วน ระยะที่ 1 จะเร่งตรวจรถยนต์ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จจำนวน 169 คัน ที่ยังไม่ยอมนำรถเข้าตรวจสอบ ระยะที่ 2 จะเร่งรัดให้กรมการขนส่งทางบกจัดส่งข้อมูลรถจดประกอบทั้งหมดจำนวน 5,000 คัน ให้ดีเอสไอดำเนินการภายในสิ้นเดือนนี้
นอกจากนี้จะกำหนดมาตรการบังคับกับรถยนต์ราคาแพงจำนวน 127 คันที่ไม่ติดต่อ ไม่ขอเลื่อน และไม่แจ้งเหตุขัดข้อง โดยจะจัดชุดติดตามยึดรถมาดำเนินคดี โดยเน้นไปที่ยี่ห้อ เฟอร์รารี่ ปอร์เช่ เบนท์ลี่ย์ เล็กซัส โรสลอยด์
พ.ต.ท.กรวัชร์ ยังชี้แจงการดำเนินคดีรถจดประกอบที่ผ่านมาว่า ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ 5 เรื่อง แบ่งเป็น 1.คดีที่มีการนำเข้ารถยี่ห้อเบนท์ลี่ย์เข้ามาทั้งคันแต่สำแดงว่าเป็นรถจดประกอบ โดยการสอบสวนยุติแล้ว 1 คัน ซึ่งกรณีนี้จะมีการเรียกผู้นำเข้าโครงตัวรถ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ประกอบอื่น โดยจะแจ้งข้อกล่าวหาฐานความผิดกฎหมายศุลกากรมาตรา 27
2.คดีนำเข้ารถจดประกอบโดยผิดกฎหมาย กรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ อ.กลางดง จ.นครราชสีมา จำนวน 6 คัน มีผู้ต้องหา 3 ราย โดยมีการดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ศุลกากร และคาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถขอศาลออกหมายจับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นผู้นำรถทั้ง 6 คันเข้ามาในประเทศไทยได้
3.คดีการตรวจสอบรถจดประกอบที่ปราจีนบุรี จำนวน 37 คัน มูลค่า 208 ล้านบาท ผลสอบเป็นที่ยุติว่าเป็นรถที่นำเข้าทั้งคัน หลังจากนี้จะเรียกผู้ครอบครองมาแจ้งข้อหากล่าวต่อไป
4.คดีการตรวจยึดรถหรูจำนวน 8 คัน มูลค่า 200 ล้านบาท ผลตรวจพบไม่ใช่รถจดประกอบแต่นำเข้ามาทั้งคัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบราคาและเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนสรุปข้อเท็จจริงและแจ้งข้อหาเอาผิดกับผู้นำเข้าต่อไป
และ 5.คดียึดรถหรูจำนวน 2 คัน ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยูและเบนซ์ ซึ่งพบว่าเป็นรถจดประกอบที่นำไปซุกซ่อนไว้ จากการสอบสวนได้ข้อยุติว่ารถทั้ง 2 คัน สำแดงเท็จว่าเป็นรถจดประกอบทั้งที่นำเข้ามาทั้งคัน





