ผบช.ภ.1 แถลงผลกวาดล้างอาชญากรรมเชิงรุกควบคุมอาวุธลดความรุนแรง
พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พ.อ.พัลลภ เฟื่องฟู ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 พ.อ.วรวุทธ วุฒิศิริ ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 และเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 1 ร่วมกันแถลงผลการระดมการกวาดล้างดังนี้
1. จับกุมผู้ต้องหาตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ของกลางอาวุธปืน 316 กระบอก จำแนกเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน 110 กระบอก ไม่มีทะเบียน 204 กระบอก อาวุธปืนสงคราม ชนิด เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก อาก้า 1 กระบอก และเครื่องกระสุน จำนวน 2,606 นัด
2. จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 1,167 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 98,678 เม็ด ยาไอซ์ 401 กรัม และกัญชา 214 กรัม
3. จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่า จำนวน 121 ราย
4.จับกุมผู้ต้องหาปล่อยเงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา 5 ราย
พล.ต.ต.คเชนทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตามที่ คสช. ได้มีการประการใช้ พ.ร.บ.กำอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อป้องกัน ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมมือเจ้าหน้าที่ทหาร ระดมการกวาดล้างตามมาตรการเชิงรุกในการควบคุมอาวุธ ลดความรุนแรงและเหตุแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น
พล.ต.ต.คเชนทร์ กล่าวต่อว่า โดยผลของการจับกุมคดีสำคัญจาการกวาดล้างอาชญากรรมระหว่าง 29 พ.ค. - 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยในพื้นที่ สภ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ได้จับกุมนายอนิวุธ ฉิมเมือง และนายวรรณะ อ่อนละออ ในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ร่วมกับตร.สภ.เมือง ตรวจยึดอาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธพื้นพกสั้นชนิดต่างๆ จำนวน 5 กระบอก พื้นที่ สภ.นครหลง จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมนายประยุทธ คำประเสริฐ พร้อมพวกรวม 4 คน โดยกล่าวหาว่าร่วมกันลักทรัพย์ หรือรับของโจร พร้อมของกลางรถจยย. จำนวน 7 คน และพื้นที่ สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จับนายภาคภูมิ ปลุกปลื้ม พร้อมพวก 2 คน ในข้อหา มียาบ้าไว้เพื่อจำหน่าย พร้อมของกลาง 18,000 เม็ด พร้อมยึดทรัพย์มูลค่า 480,000 บาท
พล.ต.ต.คเชนทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้จับกุมนายประสาน เพ็ชรน้อย หรือแขก อายุ 41 ปี นายจตุพร คล้ายสุวรรณ หรือปอง อายุ 29 ปี นายกิตติ์ แฉล้มเขต อายุ 30 ปี นายพิเชษฐ์ ทองเสือ อายุ 28 ปี นายอำนาจ หอกลาง อายุ 34 ปี นายคุณาธิป นาเจิมพลอย อายุ 22 ปี นายเฉลิมพล จันคำ อายุ 22 ปี นายทศพร ถาวรกาย อายุ 19 ปี ในคดีปล่อยเงินกู้นอกระบบ ซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกลุ่มผู้ทั้งหมดได้ร่วมกันข่มขู่ และกักขังหน่วงเหนี่ยวลูกหนี้ โดยผู้เสียหายได้นำรถยนต์ไปค้ำประกันกับกลุ่มผู้ต้องหาในราคา 78,000 บาทและได้ค้ำประกันให้เพื่อนของผู้เสียหายอีก 25,000 บาท จนกระทั่งเมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้ต้องหาได้นัดผู้เสียหายให้นำเงินมาคืน ผู้เสียหายจึงได้นำเงินมาคืนจำนวน 78,000 บาท แต่กลุ่มผู้ต้องหาได้อ้างว่า เงินที่ผู้เสียหายนำมาใช้หนี้ยังไม่ครบ ยังขาดอีก 25,000 บาท โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้อุ้มตัวน้องชายของผู้เสียหายไป และข่มขู่ว่าหากผู้เสียหายไม่นำเงินจำนวน 25,000 บาท มาใช้หนี้ในเวลา 21.00 น.ของวันเดียวกัน กลุ่มผู้ต้องหาจะทำอันตรายกับน้องชายตน ต่อมาผู้เสียหายได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ให้ช่วยกันสกัดจับ จนสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ในเวลาต่อมา
พ.อ.พัลลภ กล่าวว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าทหารได้รับผิดชอบพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยมีมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบเกี่ยวกับอาวุธในพื้นที่ หลังจากทหารเข้าปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจในการเน้นตั้งด่านตรวจค้นอาวุธ ในช่วงแรกก็สามารถจับกุมอาวุธปืนรายย่อย และสามารถขยายผลการจับกุมกลุ่มที่เกี่ยวข้อง





