"ถาวรเผยบทบาท กปปส. หลังจากนี้ทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้าน ติดตามการทำงาน คสช. ชี้ถูกขอไม่ให้ชุมนุม แต่ห้ามคิดเพื่อพัฒนาปท.ไม่ได้
นายถาวร เสนเนียม แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)กล่าวถึงบทบาทของ กปปส.ว่า ต่อไปนี้เราจะเป็นหมาเฝ้าบ้านที่คอยสอดส่องดูแล ติดตามการทำงานของ คสช.และรัฐบาลที่ตั้งขึ้นโดยอำนาจของ คสช. รวมถึงการทำงานของสภานิติบัญญัติ หรือสภาปฏิรูปที่ตั้งขึ้นโดยอำนาจของ คสช.ว่าอยู่ในแนวทางที่มวลมหาประชาชน กปปส.เรียกร้องหรือไม่ หรือประชาชน สังคม ประเทศชาติได้ประโยชน์หรือไม่
ถ้าหากว่าประชาชน สังคมไทยไม่ได้ประโยชน์ การรวมตัวกันเพื่อเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะภาระกิจของ กปปส.ยังไม่จบ เนื่องจากสิทธิการแสดงออกใดๆหรือในทางการเมืองอยู่ติดกับสิทธิพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว แม้ช่วงนี้จะยังไม่มีรัฐธรรมนูญ ก็เป็นสิทธิตามธรรมชาติและคาดว่าในอนาคตอันใกล้คงจะมีธรรมนูญการปกครองชั่วคราวหรือรัฐธรรมนูญออกมาบังคับใช้ก็เป็นได้
นายถาวร กล่าวต่อว่า เพียงแต่ช่วงนี้ เขาร้องขอให้เรายุติทางการเมืองไม่ให้ชุมนุมเกิน 5 คน เราให้ความร่วมมือเพื่อส่วนรวมเพื่อประเทศชาติ แต่ห้ามไม่ให้เราคิดที่จะพัฒนาประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเมื่อเห็นว่า ปัญหาที่มีอยู่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เราก็ต้องคิดเพื่อแก้ไขปัญหาของชาติ บ้านเมืองให้ดีขึ้น จะห้ามความคิดคงไม่ได้ จากนี้ไปจึงต้องจับตาดูเพราะไม่แน่ใจว่าทหารเขาจะจริงใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาชาติตามที่เราเรียกร้องให้มีการปฏิรูปหรือไม่ อย่างไร แต่เมื่อทราบว่ามีการประกาศโรดแมปกรอบเวลาออกมาแล้วก็ต้องรอดู ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่คิดว่าทหารจะออกมาทำการยึดอำนาจแต่เหตุการณ์ทางการเมืองมันไปไม่ได้ เพราะคนในรัฐบาลยังเกาะติดอำนาจโดยไม่เห็นความทุกข์ยากของชาวนา ปัญหาชาติรอการแก้ไขก็หมักหมม อยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ แต่จะอ้างอยู่รักษาการทั้งที่หมดความชอบธรรม ทหารก็จำเป็น และคาดการณ์ได้ว่า เมื่อเกิดรัฐประหารระบอบทักษิณก็จะกล่าวอ้างตลอดว่า เขาถูกรังแกจากความมั่นคง สายทหาร คาดว่าเขาจะใช้โอกาสนี้ ปลุกระดมประชาชนในทุกทางอย่างที่กำลังเป็นอยู่ทั้งกลุ่มต่อต้าน ทั้งเวทีนานาชาติ
เมื่อถามว่า คสช.มีโครงการปรองดองสมานฉันท์เพื่อสลายสีเสื้อ สลายกลุ่มฝ่ายต่างๆ ให้มีแต่ประเทศชาติ นายถาวร กล่าวว่า การที่ คสช.กำลังสร้างความสมานฉันท์โดยตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมานั้น ตนขอให้ยึดตามแนวหลักของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ชุดนายคณิต ณ นคร เป็นประธานที่เคยศึกษาไว้ คือต้องให้ทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คู่ขัดแย้งต่างๆ ยอมรับความจริงก่อนที่จะเข้ามาร่วมสมานฉันท์ว่า ใครทำผิดอะไร อย่างไร ไม่ใช่จับแกนนำ นปช. หรือกปปส.มาอยู่รวมกัน แล้วเขย่า ให้มันผสมผสานกัน โดยไม่รับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น มันไม่สามารถปรองดองกันได้ เพราะไม่มีการยอมรับข้อเท็จจริงว่า ใครทำผิด การนิรโทษกรรมที่จะทำก็มีคนค้านแน่ คือต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ต้องยกเว้นไม่นิรโทษฐานความผิดสำคัญคือ 1.กรณีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและสถาบันฯ 2.ความผิดฐานก่ออาชญากรรม ปล้น ฆ่า เผา ดังนั้นก่อนที่จะนิรโทษกรรมต้องค้นหาความจริงให้ได้ก่อนว่า ใครถูก ใครผิด อะไร อย่างไร เรื่องคดีทางการเมืองก็ว่าแยกกันไป จะช้าก็ไม่เป็นไรเมื่อนำมาสู่ความสมานฉันท์
นายถาวร กล่าวอีกว่า ข้อที่ คสช. ต้องพึงระวังมากที่สุด คือ เวลานี้ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์ที่คอยตรวจสอบ การบริหาร ดังนั้นการส่อทุจริตใดๆในคสช. อย่าให้มีขึ้นโดยเด็ดขาด เพราะถ้ามีขึ้นเมื่อไหร่ ประชาชนกระแสสังคมที่ขณะนี้ชื่นชมทหารก็จะขาดศรัทธา คสช.ทันทีและจะออกมาเคลื่อนไหว เพราะในช่วง 6 เดือนกว่าที่ กปปส.ออกมาเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ได้ปลุกให้ประชาชนตื่นรู้และมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบทางการเมืองในระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือ ได้เห็นความชั่วของระบบราชการและระบบการเมืองที่ทุจริต คอร์รัปชั่น ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และรู้เท่าทันมากขึ้น หาก คสช.ไม่ระมัดระวัง ตนมั่นใจว่าสิ่งที่ คสช.กำลังทำจะไม่ประสบผลสำเร็จตามที่อ้างและจะถูกประชาชนออกมาเดินขับไล่แทน





