วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยึดอาวุธล็อตใหญ่เชียงราย

ทหารบกเชียงรายยึดอาวุธสงครามร้ายแรงที่ซ่อนไว้ในโรงแรมร้างพื้นที่อ.พาน ทั้งกระสุน-ระเบิดพร้อมใช้งาน คาดกลัวความผิดหลัง คสช.ประกาศให้ส่งมอบ

ขณะที่คดีพ่นสีใส่รถทหาร ตำรวจคุมตัวข้าราชการหญิงกระทรวงศึกษาฯไปฝากขัง ศาลทหารอนุญาตให้ประกันตัวแต่มีเงื่อนไขห้ามชุมนุมทางการเมือง ด้านภรรยา "เก่ง การุณ" ยกเลิกยื่นหนังสือถึงทหารเพราะสามีโผล่กลับบ้านแล้ว

เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) พล.ต.พัฒนา มาตร์มงคล ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดทหารบกเชียงราย ร่วมกับ พล.ต.ต.วันชัย ศิริเขต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย (ผบก.ภ.จว.เชียงราย) นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงข่าวการตรวจยึดอาวุธสงครามและระเบิดจำนวนมากภายในโรงแรมร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย

สำหรับโรงแรมร้างดังกล่าวทราบชื่อคือ โรงแรมเริงสำราญ ตั้งอยู่ที่ 406 หมู่ 2 บ้านดอย ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่พบเครื่องกระสุนอาวุธสงคราม ชนิด ปลย.88 กระสุนปืนกล 93 ขนาด 5 นิ้ว กระสุนปืนกลเอ็ม 60 กระสุนเอ็ม 16 และอาก้า รวม 34 นัด ระเบิดสังหารแบบขว้าง 4 ลูก ระเบิดควัน 1 ลูก ดินระเบิดทีเอ็นที 2 แท่ง และลูกระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 1 ลูก ทั้งหมดสภาพพร้อมใช้งาน โดยซุกซ่อนไว้บนฝ้าเพดานในห้องพักห้องหนึ่งภายในโรงแรมร้างดังกล่าว

พล.ต.พัฒนา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเครื่องกระสุนและระเบิดที่ยึดได้ คาดว่าจะเป็นของเก่าที่มีผู้สะสมไว้นานประมาณ 15 ปี และเมื่อมีประกาศ คสช. เรื่องการส่งคืนอาวุธสงครามจึงเกรงว่าจะมีความผิดแต่ไม่กล้าที่จะนำมาให้เจ้าหน้าที่จึงมีการนำไปซุกซ่อนเอาไว้ที่โรงแรมร้างดังกล่าว ซึ่งปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2540

คุมผู้ต้องหาขอนแก่นโมเดลส่งศาลทหาร

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เตรียมก่อเหตุร้ายในพื้นที่ จ.ขอนแก่น หรือที่เรียกว่า ขอนแก่นโมเดล นั้น เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้ควบคุมนำตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว จำนวน 22 คน ไปยังที่ศาลทหาร มณฑลทหารบก 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ เพื่อฝากขังต่อศาลทหาร หลังจากที่ถูกควบคุมตัวครบ 48 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลทหารระบุว่า ผู้ต้องหาถูกซักถามโดยฝ่ายทหารที่กรมทหารราบที่ 8 และขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เนื่องจากเป็นคดีความมั่นคง ผู้ต้องหาได้ถูกคุมขังที่ สภ.เมืองขอนแก่นครบ 48 ชั่วโมงแล้วจึงต้องนำตัวทั้งหมดไปทำการฝากขังโดยอำนาจของศาลทหาร และยังจะคงอยู่ในอำนาจการสอบสวนของตำรวจ โดยจะมีการฝากขังได้ไม่เกิน 48 วัน หรือครั้งละ 12 วัน ไม่เกิน 4 ครั้ง

ส่วนผู้ต้องหาที่ขยายผลจนสามารถจับกุมได้เพิ่มเติมอีก 6 คนนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการซักถามของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเมื่อครบกำหนด 7 วันก็จะเข้าสู่กระบวนการของการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอนเช่นกัน เมื่อสำนวนการสอบสวนและตั้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้นก็จะส่งให้อัยการศาลทหารดำเนินการต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.ประวิทย์ หูแก้ว เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า จากการจับกุมชายฉกรรจ์พร้อมด้วยอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด ได้ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และสามารถขยายผลการจับกุมเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ นั้น ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (31 พ.ค.) ได้นำผู้ต้องหาชุดแรกไปส่งฟ้องศาลทหาร ในข้อเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ความมั่นคง ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการประกาศไว้ว่าหากผู้ใดที่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับการหมิ่นสถาบัน คดีเกี่ยวกับความมั่นคง ยุยงก่อให้เกิดความแตกแยก และคดีขัดขืนประกาศ-คำสั่ง ของ คสช. ซึ่งทั้ง 3 กรณีนี้จะถูกส่งดำเนินคดีขึ้นศาลทหาร ซึ่งหลังจากที่เข้าถึงกระบวนการในการของศาลทหารแล้วก็จะให้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้มีการขอแต่งตั้งทนายเพื่อต่อสู้คดี เหมือนกับศาลทั่วๆ ไป แต่ศาลทหารจะไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา ซึ่งเมื่อศาลตัดสินว่ามีความผิดจะก็จะต้องถูกควบคุมตัวตามคำตัดสินของศาลโดยทันที

พล.ต.ประวิทย์ กล่าวว่า การดำเนินคดีขึ้นอยู่กับอำนาจของศาลทหารที่จะพิจารณาจากหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการรวบรวมมาว่าผู้ต้องหาแต่ละคนนั้นมีการกระทำความผิดที่ต่างกรรมต่างวาระกันหรือไม่ อีกทั้งก็จะต้องทำการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้งหมดว่าเคยมีการกระทำความผิดใดมาก่อนหรือไม่ เพื่อรวบรวมให้ศาลพิจารณา ส่วนบทลงโทษจะมากหรือน้อยนั้นก็จะต้องขึ้นอยู่กับอำนาจในการพิจารณาของศาลต่อไป

ศาลทหารให้ประกันตัวมือพ่นสี

ส่วนที่ สน.พญาไท เมื่อช่วงสาย วานนี้ (31 พ.ค.) พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัว น.ส.พรรณมณี ชูเชาวน์ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเทคโนโลยีเผยแพร่พัฒนาบุคลากร กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ เลขที่ ก1/2557 ลงวันที่ 30 พ.ค.2557 ในข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 7/2557 ห้ามมิให้มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ไปฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ

สำหรับ น.ส.พรรณมณีเป็นผู้ที่ใช้สีสเปรย์พ่นใส่กระจกรถฮัมวี่ของทหารจนเกิดความเสียหาย ในระหว่างที่มีเหตุชุลมุนประท้วงการรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พรรณมณี ยังมีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมชู 2 นิ้ว โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นอนหลับปกติ ไม่ได้คิดอะไรมาก ขณะเดียวกันได้คุยปรึกษากันกับญาติเกี่ยวกับเรื่องประกันตัว และคงต้องไปดำเนินการในชั้นศาลทหาร โดยได้เตรียมเอกสารรวมถึงหลักทรัพย์พร้อมไว้หมดแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.วิทยากร สุวรรณเรืองศรี พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.พญาไท กล่าวว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ทหารมาแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าพนักงานได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหาย โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายบุคคลที่ก่อเหตุในวันและเวลาดังกล่าวมาแจ้งความด้วย

พ.ต.ท.วิทยากร กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สน.พญาไทได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นขออนุมัติหมายจับบุคคลที่ปรากฏตามภาพ กับศาลทหารทั้งหมด 14 คน ขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 1 คน คือ น.ส.พรรณมณี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวส่งฝากขังศาลทหารโดยไม่ได้ทำเรื่องคัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 13 คนยังไม่ทราบชื่อ แต่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ศาลทหารได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.พรรณมณี ในเวลาต่อมา โดยให้วางหลักทรัพย์ประกันตัวในวงเงิน 4 หมื่นบาท พร้อมสั่งห้ามชุมนุม แสดงความเห็นทางการเมือง และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

"เก่ง การุณ"กลับบ้านแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนางพิมพ์ชนา โหสกุล ภรรยาของนายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ออกมาตามหานายการุณ ซึ่งหายตัวไปหลังจาก คสช.ปล่อยตัวออกมาแล้วว่า เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) นางพิมพ์ชนาได้ยกเลิกการไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีนายการุณ โดยผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อนางพิมพ์ชนาเพื่อขอทราบเหตุผลที่ยกเลิกการยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งก็ได้รับการชี้แจงจากนางพิมพ์ชนาว่า นายการุณได้เดินทางกลับบ้านตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้วแต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ

เรียกวิทยุชุมชนลพบุรีรายงานตัว

ขณะเดียวกันทหารก็ยังคงเรียกกลุ่มแกนนำมวลชนและวิทยุชุมชนให้มาพบเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) พล.ต.ชัยกร ประเสริฐสุข ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 จ.ลพบุรี ในฐานะผู้รับผิดชอบงานรักษาความสงบแห่งชาติในพื้นที่ จ.ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท และอ่างทอง ได้เรียกประชุม ผู้ประกอบการสถานีวิทยุฆ37 ?ขึ้นอยู่กับอำนาจของศาลทหารที่จะพิจารณาจากหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการรวบรวมมาว่าผู้ต้องหาแต่ละคนนั้นมีการกระทำความผิดที่ต่างกรรมต่างวาระกันหรือไม่ อีกทั้งก็จะต้องทำการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้งหมดว่าเคยมีการกระทำความผิดใดมาก่อนหรือไม่ เพื่อรวบรวมให้ศาลพิจารณา ส่วนบทลงโทษจะมากหรือน้อยนั้นก็จะต้องขึ้นอยู่กับอำนาจในการพิจารณาของศาลต่อไป