วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลปกครองกลางสั่งไม่รับคำฟ้องกลุ่มประมง

ศาลปกครองกลาง สั่งไม่รับคำฟ้อง"กลุ่มประมง 1,218 ราย" ฟ้องยกเลิกประกาศ ก.เกษตรฯ ห้ามหาปลาบริเวณอ่าวไทย ช่วงฤดูวางไข่ มิ.ย.-ก.ค.

นายธนกฤต กิตติวัฒน์ ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวน คดีหมายเลขดำ ส.24/2557 มีคำสั่งไม่รับฟ้อง คดีที่นายชูชัย สุดดี ผู้ประกอบอาชีพอวนล้อม จ.สมุทรสาคร กับพวกซึ่งประกอบอาชีพประมง บริเวณทะเลอ่าวไทยตอนใน พื้นที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ชลบุรีและเพชรบุรี รวม 1,218 คน ยื่นฟ้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ถูกฟ้อง เรื่องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐออกกฎโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่มีการประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 13 ส.ค.56 เรื่อง ห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิด ในการจับสัตว์น้ำในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ช่วงวันที่ 1 มิ.ย. - 31 ก.ค. เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งส่งผลให้ช่วง 2 เดือนดังกล่าว ผู้ประกอบการประมงจะไม่มีรายได้

โดยกลุ่มประมงดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 พ.ค.57 พร้อมทั้งขอให้ศาล มีคำสั่งหรือมาตรการใดๆ เพื่อทุเลาการบังคับตามประกาศดังกล่าวออกไปเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีด้วย

ขณะที่ศาลปกครองกลาง พิเคราะห์ข้อเท็จจริงประกอบข้อกฎหมายแล้ว เห็นว่า ผู้ฟ้องทั้ง 1,218 รายได้ยื่นฟ้องคดีนี้ เมื่อระยะเวลาเกินกว่า 90วัน ภายหลังที่มีประกาศดังกล่าวออกมา ขณะที่เนื้อหาของคำฟ้อง ไม่ได้มีลักษณะเป็นคำฟ้องเกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ หรือเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม หรือมีเหตุจำเป็นอื่นที่ศาลจะรับไว้พิจารณาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีดังกล่าวออกจากสารบบความ

ภายหลัง นายชูชัย สุดดี ผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า รู้สึกเขาอ่อน เพราะต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2556 แล้ว แต่ยังต้องสู้ต่อไป โดยจะขอปรึกษาทนายความในการยื่นอุทธรณ์คดีภายใน 30 วัน

นายชูชัย กล่าวอีกว่า กรมประมง ไม่ต้องมาปิดอ่าวพวกตนก็อยู่กันได้ เพราะอ่าวไทยตอนบน มีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่าการปิดอ่าวครั้งนี้ทำให้ผู้มีเส้นสาย และมีปัญญาเสียค่าปรับ ได้เข้ามาขโมยจับปลา จึงขอให้ช่วยกันติดตามดูว่า หลังจากนี้จะมีปลาไปขึ้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ปริมาณ กี่แสนตัน

ขณะที่นายพัชวัฒน์ เจียสำราญ ชาวประมงอวนรุน จ.สมุทรสาคร กล่าวด้วยว่า แม้ออกทะเลทุกวันเงินที่ได้มาก็ยังไม่ค่อยพอค่าใช้จ่าย ซึ่งประกาศจะให้หยุด 2 เดือนแล้วจะเอาอะไรกิน กรมประมงไม่ต้องทำอะไรพวกตนก็อยู่กันได้ แต่แทนที่จะมาไล่จับผู้ที่ทำการประมงช่วงนี้ น่าจะเอางบประมาณไปทิ้งปะการังเทียม หรือนำพันธุ์สัตว์นำทะเลมาปล่อย รวมทั้งควบคุมน้ำเสียไม่ให้ปล่อยลงมาทะเล ที่จะทำให้ปลาตายทั้งหมดจะดีกว่า

ด้านนายไพโรจน์ ซ้ายเกลี้ยง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีประมงทะเลนึก กล่าวว่า หากคดีนี้ไม่มีการอุทธรณ์ ประกาศห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงดังกล่าว ก็จะมีผลบังคับใช้ เพราะถือเป็นประกาศที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นประโยชน์ต่อชาวประมงกลุ่มใหญ่ เนื่องจากบริเวณอ่าวไทยตอนบน เป็นแหล่งเลียงดูทรัพย์ยากรทางทะเลหลายชนิด โดยเฉพาะผลการศึกษาจะพบบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางเจริญเติบโตของปลาทูก่อนจะวางไข่ ขณะที่หลังจากบังคับใช้ประกาศนี้ไป 3 ปี ก็จะมีการประเมิลผลเพื่อทบทวนมาตรการหากไม่ได้ผล ก็อาจเป็นไปได้ที่จะยกเลิก ขยายพื้นที่ หรือขยายเวลาประกาศดังกล่าว โดยจะมีคณะกรรมการประมวลผลทางวิชาการคอยติดตามประมวลผล ทั้งผลกระทบที่มีต่อชาวประมงและทรัพยากร โดยได้มีการเก็บผลสำรวจก่อนใช้มาตรการ เพื่อจะนำไปเปรียบเทียบหลังใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว