คสช.ย้ำแผน3ระยะสู่เลือกตั้ง ขู่ฟันหน่วยงานทำเฟซบุ๊คล่ม
หัวหน้า คสช.ประชุมส่วนราชการทั่วประเทศ ย้ำโรดแมพ 3 ระยะสู่เลือกตั้ง ระยะแรกเดินหน้าขับเคลื่อนวาน ระยะที่ 2 สร้างสภาวะแวดล้อม มีธรรมนูญการปกครอง สภาปฏิรูป สภานิติบัญญัติ ก่อนเดินหน้าเลือกตั้ง ทีมโฆษกแจงไม่มีนโยบายบล็อกโซเชียลมีเดีย แต่ยอมรับมีปิดเป็นรายๆ คาดโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำเฟซบุ๊คล่ม ด้าน "อดุลย์" ประชุมฝ่ายกิจการพิเศษ สั่งทำแผนขับเคลื่อนงานตามโรดแมพภายใน 15 วัน
วานนี้ (29 พ.ค.) ที่หอประชุมกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง และ พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกันแถลงผลประชุมส่วนราชการ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นประธาน และได้มีการประชุมด้วยระบบจอภาพทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ทั้งนี้ หัวหน้า คสช.ได้ให้แนวทางกับหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ โดยเน้นย้ำถึงแนวทางการบริหารใน 3 ระยะ คือ ระยะแรกการบริหารราชการตามปกติ รวมถึงกฎหมายพิเศษเพื่อขับเคลื่อนงาน ระยะที่สอง การสร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อเข้าสู่การมีธรรมนูญปกครอง สภาปฏิรูป สภานิติบัญญัติ และระยะที่ 3 เป็นเรื่องของการนำไปสู่ระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ด้วยการเลือกตั้ง
ดังนั้นให้ส่วนราชการตั้งใจดำเนินการในขั้นที่ 1 กำหนดดำเนินการให้บรรลุไปโดยเร็ว เพื่อไปสู่ขั้นที่ 2 และ 3 ทั้งนี้กลุ่มงานทั้ง 6 ฝ่ายตามโครงสร้าง คสช.ได้รายงานผลการปฏิบัติงาน โดยหัวหน้า คสช.ได้เร่งรัดโครงการที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน แต่จะต้องไม่สร้างหนี้เกินมาตรฐานที่กำหนด และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา
นอกจากนี้ ยังย้ำให้ทุกภาคส่วนตัดสินใจในการปฏิบัติงาน โดยต้องรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนกระบวนการร่างกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้แนวทางคงหลักการเดิม โดยคำนึงความเป็นธรรม เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
คาดโทษหน่วยงานปล่อยเฟซบุ๊คล่ม
ทีมโฆษก คสช. แถลงด้วยว่า ขอเรียนให้ประชาชนและสังคมเกิดความมั่นใจในเรื่องการใช้บริการทางด้านอินเทอร์เน็ต กรณีที่มีเหตุการณ์เฟซบุ๊คล่ม เมื่อวันที่ 28 พ.ค.นั้น คสช.ไม่ได้สั่งดำเนินการใดๆ ที่ผ่านมาดำเนินการอย่างเฉพาะเจาะจงกับเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ที่ปลุกปั่นยุยงทำให้เกิดความขัดแย้ง ล่วงละเมิดสถาบันเท่านั้น และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่มีแนวความคิดหรือนโยบายตัดระบบการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค ไลน์ หรืออินสตาแกรมที่ประชาชนใช้ในการสื่อสาร
ทั้งนี้ คสช.ได้ย้ำเตือนและมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปดูแลไม่ให้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก หากจะดำเนินการอะไรจะแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบทันที
งดประชุมทีมกุนซือ คสช.
สำหรับการประชุมของหัวหน้า คสช.นั้น จัดที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และหัวหน้า คสช.ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ร่วมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ทบ.ก่อน เพื่อสรุปและติดตามสถานการณ์ประจำวัน จากนั้นจึงเป็นประธานการประชุม คสช.เป็นครั้งแรกภายใน บก.ทบ.
ทั้งนี้ ในการประชุมมีกรรมการที่ปรึกษา คสช.บางรายเข้าร่วมรับฟังด้วย แต่ไม่มีการประชุมคณะที่ปรึกษา คสช.ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษา คสช. สั่งยกเลิกการประชุมอย่างกะทันหัน เนื่องจากติดภารกิจด่วน
"อดุลย์"สั่งทำแผนตามโรดแมพใน15วัน
วันเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุมฝ่ายกิจการพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมในทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรกหลังจากถูกปิดโดยผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นานถึง 6 เดือน
ผู้สื่อข่าวถามถึงการถูกย้ายจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตนทำตามคำสั่ง ตามนโยบาย ส่วนตัวสบายดีไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าจะขอลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ พล.ต.อ.อดุลย์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.อดุลย์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งว่า ได้เร่งประสานและขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะโรดแมพในส่วนงานด้านกิจการพิเศษที่ยังคงค้างอยู่ สำหรับงานการสร้างความสมานสามัคคีก็เป็นส่วนหนึ่งของงานกิจการพิเศษที่รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องเร่งขับเคลื่อนงานตามนโยบาย คสช.
ด้าน นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้มอบหมายแต่ละหน่วยงานไปจัดทำแผนงานบริหารตามสายงานตัวเอง เพื่อดูว่าตรงไหนมีข้อขัดข้องภายใน 15 วัน เพื่อนำเสนอต่อหัวหน้า คสช. พร้อมกันนี้ตนได้เสนอขอเปิดประชุมคณะกรรมการ ก.พ.เนื่องจากมีเรื่องเร่งด่วนหลายเรื่อง รวมถึงการหมดอายุของคณะกรรมการ ก.พ.ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะต้องทำหนังสือขออนุญาตหัวหน้าคสช.ในฐานะเป็นประธาน ก.พ.ก่อน





