วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.ชะลอโครงการแทบเล็ต

คสช.สั่งชะลอโครงการแทบเล็ตโซน 4 ปี 56 และปี 57 ผบ.ทร.ระบุนัดถกสัปดาห์หน้าพร้อมฟันธงเดินหน้าหรือพับโครงการ

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา พร้อมด้วย พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายฯ ได้ร่วมหารือกับผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานในกำกับของ ศธ. เมื่อวานนี้(29 พ.ค.) โดยมี นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัด ศธ. นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาธิการ กกอ.) พร้อมด้วยข้าราชการศธ.ให้การต้อนรับ

พล.ร.อ.ณรงค์ แถลงข่าวภายหลังการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับโครงการและนโยบายเร่งด่วนของปีงบประมาณ 2557-2558 ซึ่งรวมถึงนโยบายแจกแทบเล็ตให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แทบเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน

ปัจจุบันโครงแจกแทบเล็ตปีงบประมาณ 2556 เหลือการจัดซื้ออีก 1 โซนในโซนที่ 4 ระดับ ม.1 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ส่วนโครงการจัดซื้อแทบเล็ตปีงบประมาณ 2557 ยัง ไม่ได้เริ่มขั้นตอนการประกวดราคา เพราะอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตงาน หรือ ทีโออาร์ เพราะฉะนั้นต้องมีการประเมินว่า โครงการนี้เหมาะสมที่จะดำเนินการต่อหรือไม่ โดยจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกันสัปดาห์หน้าเพื่อหาคำตอบดังกล่าว

“ตอนนี้ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน รอคำตอบในสัปดาห์หน้า ซึ่งการตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือยกเลิกโครงการแทบเล็ตนั้น จะยึดหลักเหตุและผล ย้อนไปดูว่านโยบายแจกแทบเล็ตที่เริ่มแจกครั้งแรกตั้งแต่ปี 2555 นั้น เมื่อแจกให้เด็กไปแล้วนักเรียนได้ประโยชน์จากสิ่งนี้คุ้มค่าหรือไม่ หากมีการยกเลิกโครงการจริง งบประมาณที่ขอมาไว้แล้วนั้นจะนำไปทำโครงการอื่นที่เป็นประโยชน์ด้านการศึกษา เช่น อาจปรับไปทำห้องสมาร์ทคลาสรูม เพื่อให้ใช้ร่วมกันแทนการแจกจ่ายให้เป็นรายบุคคล"

ทั้งนี้ หากมีการตัดสินใจยกเลิกแจกแทบเล็ต ปี 2555-2557 เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมและไม่คุ้มค่า ก็เป็นอันแน่นอนว่าจะไม่มีการสานต่อโครงการนี้ในปี 2558 และหากมีการยกเลิกโครงการแจกแทบเล็ตจริงก็ไม่ได้นำงบประมาณในส่วนนี้ไปใช้จ่ายหนี้ชาวนา ตามโครงการจำนำข้าว แต่จะผันไปใช้กับโครงการด้านการศึกษาต่อไป

รองหัวหน้า คสช.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะเร่งประสานกับสำนักงบประมาณ เพื่อหางบประมาณซ่อมแซมและสร้างอาคารเรียนใหม่ในโรงเรียนในจังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ในส่วนของกองทุนกู้กองเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้เสนอของบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 3,610 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้ผู้กู้รายใหม่ จำนวน 204,000 คน และได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร กยศ.แล้ว

ทั้งนี้เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีประโยชน์จะเสนอ คสช.พิจารณาจัดสรรงบประมาณ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนจะได้ครบทั้ง 3,610 ล้านบาทหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับสำนักงบประมาณ อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าจะเชิญหน่วยงานทั้ง กยศ. ศธ. และสำนักงบฯ มาหารือร่วมกันในภาพรวมโดยเฉพาะกระบวนการติดตามหนี้สิน ที่จะต้องมีความรัดกุม ไม่ใช่ปล่อยกู้ไปแล้วไม่ได้เงินคืน

"จะหยิบโครงการอื่น ๆ ที่ ศธ.ดำเนินการไปแล้วมาทบทวนด้วย อาทิ โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ฯลฯ โดยจะดูว่าผลการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นประโยชน์ต่อการศึกษามากน้อยเพียงไร เพราะ ศธ.ได้รับงบประมาณด้านการศึกษาจำนวนมาก แต่กลับพบว่ายังมีปัญหาคุณภาพการศึกษา"

ส่วนการทำงานของกระทรวงศึกษา จะเป็นแนวทางเดิมจะไม่เข้ามาปฏิรูประบบราชการอะไรใหม่ เพียงแต่อำนาจที่นอกเหนือจากปลัดฯ ก็จะเป็นตนช่วยกลั่นกรองงานให้อีกขั้นหนึ่ง เพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น เบื้องต้นยังไม่ได้ลงลึกถึงการปฏิรูปภาพรวมระบบงานทั้งกระทรวงฯ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ต้องใช้เวลา

ด้านนายปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ วธ.กำลังเร่งปรับแผนทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงและสนองตามนโยบายของ คสช. ในการส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคี สร้างคุณธรรม จริยธรรมให้กับสังคมให้เกิดความปรองดองโดยเร็ว และที่สำคัญทุกกิจกรรมหรือทุกโครงการต้องสอดคล้องกับการสนองสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วย หลังจากเข้ารับฟังนโยบายการทำงานเบื้องต้นจาก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. รองหัวหน้าคสช. มาแล้ว

ขณะนี้ทุกกรมกำลังทำแผนงาน โดยแยกเป็นโครงการต่างๆ และเน้นเฉพาะเรื่องเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง อาทิ การเร่งรัดในการอำนวยความสะดวกให้ผู้แสวงบุญที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ทั้งในเรื่องการเช่าที่พัก การเตรียมเที่ยวบิน และการอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากมีการเลื่อนเดินทางเร็วขึ้นมาเป็นวันที่ 1 กันยายน จากเดิมปลายเดือนกันยายน

"นอกจากนี้ได้มอบให้ทุกกรมคิดโครงการและงานที่จะช่วยกันจัดทำแผนในการช่วยสร้างความปรองดองและความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในชาติ โดยจะทำเป็นยุทธศาสตร์ เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงทั้งระบบ"

ส่วนเรื่องโครงการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา ในส่วนขอยังคงดำเนินการต่อไป แต่จะปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนเรื่องแผนงบประมาณปี 2558 นั้นได้ให้เตรียมข้อมูลและจัดทำแนวทางในเบื้องต้น ซึ่งจะมีการเชิญให้ วธ.เข้าไปรับฟังแนวทางการจัดทำแผนงบประมาณปี 2558 ในวันที่ 11 มิ.ย.จากนั้นในวันที่ 12 มิ.ย.จะเรียกประชุมผู้บริหาร วธ.ทุกกรมชี้แจงและร่วมกันจัดทำแผนงบประมาณ โดยแผนดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จและส่งในวันที่ 21 มิ.ย.นี้