วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวนาวอนทหารช่วยลดต้นทุนปัจจัยผลิต

ชาวนาดีใจทหารเร่งจ่ายค่าข้าว วอนช่วยลดต้นทุนปัจจัยผลิต

หลังจากชาวนาที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี2556/57 ได้รับเงินค่าข้าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธ.ก.ส. ไปเมื่อวันจันทร์ที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว รับฟังความรู้สึกของกลุ่มชาวนา นำโดย นายรังสรรค์ กาสูลงค์ ประธานสภาเกษตรกร จ.ฉะเชิงเทรา นายไพบูลย์ อ่ำกลิ่น รองนายกสมาคมชาวนาไทย และนายไพรัตน์ ปวโรภาส ชาวนาอ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้รับเงินหลังจากรอคอยมากกว่า 6 เดือนได้ในรายการ Business talk หัวข้อ" ฟ้าหลังฝนชาวนาไทย" ทางช่อง NOW26

นายรังสรรค์ บอกว่าวันนี้ต้องขอบคุณคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในนามของสภาเกษตรกร จ.ฉะเชิงเทรา สมาคมชาวนาไทย และชาวนา จ.ฉะเชิงเทราทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาชาวนาอดทนมาทั้งน้ำตา และหนี้สิน คราวนี้ก็ถือว่ามีความหวัง 100% และรู้สึกดีใจมากที่สุด ที่คสช.เห็นใจยกประเด็นความเดือดร้อนของชาวนาเป็นลำดับแรก แต่ขณะที่ดีใจชาวนาก็ยังมีปัญหาหนี้ซ้ำซ้อนอีก เพราะรอบแรกปัญหาหนี้มาจากไม่ได้เงินจากโครงการรับจำนำข้าว แต่รอบนี้เป็นหนี้จากการซื้อพันธุ์ข้าวมาปลูกใหม่ เพราะไม่สามารถเก็บเมล็ดแม่พันธุ์จากข้าวที่ปลูกในช่วงนาปีได้ เนื่องจากพันธุ์ที่ได้ไม่ค่อยดี โดยสายพันธุ์ที่ดีต้องมาจากรุ่นลูกหรือรุ่นหลานเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีภาระต้นทุนจากค่ายาฆ่าแมลง ปุ๋ย ซึ่งราคาปรับสูงขึ้นเมื่อครั้งที่มีโครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท แต่เมื่อโครงการรับจำนำหยุดไปและราคาข้าวลดลงแต่ราคาปัจจัยการผลิตยังไม่ลดลง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาข้าวที่ 7 พันบาทต่อตัน แต่ชาวนาขายได้จริงเพียงตันละ 5.5 -6 พันบาทเท่านั้น ทำให้ชาวนาที่ยากจนไม่มีที่ดินและมีหนี้สินยังคงยากจนอยู่ ขณะที่ชาวนาที่ร่ำรวยก็ไม่เดือดร้อน

" อยากให้ภาครัฐช่วยในราคาที่ไม่บิดเบือนกลไกตลาด ไม่ต้องรับจำนำทุกเมล็ด หรือไม่ต้องรับจำนำทั้งปี จำนำเฉพาะช่วงที่ราคาข้าวตกมากๆ หรือชดเชยต้นทุนผลิตให้ชาวนาผ่าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพราะเป็นองค์กรที่ทำงานเคียงข้างชาวนามาตลอดไม่มีทุจริต ไม่เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง" นายรังสรรค์ระบุ

นายรังสรรค์ ยังแนะนำว่า มีคนถามว่าทำนาขาดทุนแล้วทำไมไม่เลิก ขอบอกว่าการทำนาเป็นอาชีพหากไม่ทำก็ต้องไปกู้นอกระบบ แต่ถ้าทำนาก็มีข้าวเป็นหลักประกันกู้เงินจากธ.ก.ส.ได้ ทุกวันนี้ชาวนารอความหวังที่จะมีคนมาช่วย

วันนี้เมื่อมีทหารเข้ามาก็ดีใจ เพราะถึงเวลาแล้วที่จะขอให้ภาครัฐระงับการระบายขายข้าว และปิดโกดังข้าวไปเลย โดยยืนยันว่าทุกวันนี้ข้าวในสต็อกรัฐบาลทั้ง 18 ล้านตันเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพทั้งหมด ดังนั้นหากปิดโกดังข้าวไม่ระบายออกแล้ว ก็ให้ประกาศกับต่างประเทศว่าประเทศไทยระงับขายข้าวในโกดัง แต่จะใช้ข้าวที่มีคุณภาพออกมาขายในอีก 2 เดือนข้างหน้า นั่นหมายถึงข้าวที่รอเก็บเกี่ยวอยู่ขณะนี้

นายไพบูลย์ เสริมว่า ดีใจ ยิ้มแย้ม ที่ทหารเข้ามา และมีความหวังว่าจะได้รับเงิน เพราะรอมานานแล้ว แม้หากได้เงินก็ต้องนำไปชำระหนี้สินต่างๆ ที่ชาวนาไปกู้หรือไปซื้อของเงินเชื่อ โดยเฉพาะปัจจัยการผลิต ซึ่งขณะนี้ราคาปัจจัยการผลิตสูงขึ้นทุกอย่าง อาทิ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าเช่าที่ดิน ทำให้ต้นทุนทำนาอยู่ที่ไร่ละ 5-6 พันบาท และต้องการให้ภาครัฐช่วยลดต้นทุนปัจจัยการผลิต โดยชดเชยผ่านธ.ก.ส.ที่รู้ข้อมูลตัวเลขทั้งจำนวนชาวนา ผลผลิตข้าว ราคา โดยอาจกำหนดให้เงินชดเชยเฉพาะผู้ที่ครอบครองที่ดินตั้งแต่ 40 ไร่ลงมา เริ่มดำเนินการได้เร็วๆ นี้

"หลังไม่มีจำนำ ราคาข้าวก็ลดลงมาอยู่ที่ระดับไม่เกิน 7 พันบาทต่อตัน แต่ตอนนั้นจำนำราคาอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท ก็พอมีกำไรไม่งั้นก็ขาดทุน แต่คนที่เอาเปรียบคือพ่อค้าข้าวถุง เพราะราคาข้าวซื้อจากชาวนาแค่ 14 บาท/กก. แต่นำมาขายได้ถึงกก.ละ 50-60 บาท (ถุงละ 250 บาท)

นายไพรัตน์ ชี้ว่า ชาวนายากจนที่ไม่เงินทุน ก็ต้องกู้มาใช้ลงทุนปลูกข้าวรอบใหม่ แล้วไปจำนำถ้าได้เงินก็นำมาหมุนเวียนไปด้วยกัน แต่ราคาข้าวตกต่ำตอนนี้ถูกกว่าพริกด้วยซ้ำ เพราะขายข้าวราคาตันละ 5-6 พันบาท แต่ชาวนาไม่ได้รับเงินส่วนต่างนี้ หรือบางพื้นที่ปลูกพืชชนิดอื่นไม่ได้นอกจากข้าว อย่าเสนอว่าให้ภาครัฐช่วยถ้าราคาข้าวอยู่ที่ 2 พันบาท รัฐบาลน่าจะชดใช้ไร่ละ 2-3 พันบาท

"ถ้าเทียบราคาข้าวกับพริก จะเห็นว่าพริกราคาสูงกว่าถึงกก.ละ 20 บาท แต่ราคาข้าวแค่กก.ละ 5 บาท" นายไพรัตน์ย้ำ