วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.เล็งปรับโครงสร้างตำรวจ

"ประยุทธ์" สั่งปรับโครงสร้างตำรวจ พร้อมสั่งแก้กฎหมาย กอ.รมน.

"ประยุทธ์" สั่งปรับโครงสร้างตำรวจ แก้กฎหมาย กอ.รมน. "วัชรพล" ย้ายนายตำรวจล็อตใหญ่ กำชับปราบอบายมุข-หมิ่นสถาบัน ขู่ลงโทษท้องที่ที่บกพร่อง ด้าน "อดุลย์" เรียกประชุมฝ่ายกิจการพิเศษในทำเนียบเป็นครั้งแรก หลังปิดตายมากกว่า 6 เดือน

ป้องกันการเมืองแทรกแซง พร้อมปรับโครงสร้างหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงเน้นเพิ่มประสิทธิภาพ ขณะที่วัชรพล โยกย้ายตำรวจอีกระลอก พร้อมวางนโยบาย อบายมุข หมิ่นสถาบัน เป็นเรื่องเร่งด่วน

วานนี้ (28 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนข.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงบประมาณ และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลและขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามนโยบายของ หัวหน้า คสช. โดยในภาพรวมยังคงยึดถือแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่มีอยู่

.ทั้งนี้ในส่วนการบริหารงานด้านความมั่นคงนั้นมีรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

สั่งแก้กฎหมาย กอ.รมน.

ส่วนสำนักงานข่าวกรองให้พิจารณาบรรจุกำลังพลเพิ่มเติมเพื่อรองรับงานด้านการข่าว พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายบางฉบับ ของ กอ.รมน.เพื่อรองรับการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการกำลังพล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ยึดกลไกศูนย์ปฏิบัติการอำเภอในการบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงกับงานด้านการพัฒนาและความมั่นคงตามระดับของพื้นที่ จากการประเมินการทำงานที่ผ่านมาจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ เช่น การเพิ่มปลัดอำเภอและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมทั้งการเพิ่มบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

"วัชรพล"จัดแถวตำรวจอีกระลอก

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. รักษาการ ผบ.ตร. มีคำสั่งที่ 262/2557 ให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยให้ พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) พล.ต.ต.กริช กิติลือ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่) พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่นพล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ

พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) พล.ต.ต.วิชาญวัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบก.น.5

พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.กิตติสินธุ์ คงทวีพันธ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ศุภชัย ผุยแก้วคำ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี รวมทั้งสิ้น 16 นายไปปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ 28 พ.ค.เป็นต้นไป

ต่อมาได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 263/2557 ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนนายตำรวจทั้ง 16 นาย ดังนี้ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผู้บัญชาการประจำ ตร. รักษาการ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกันฐี รอง ผบช.น. รักษาการ ผบก.น.1 พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.รักษาการ ผบก.น.6

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการยุทธศาสตร์ รักษาการผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น. พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร รอง ผบช.ภ.1 รักษาการ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ รอง ผบช.ภ.1 รักษาการ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม รอง ผบช.ภ.2 รักษาการ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี

พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 รักษาการ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พล.ต.ต.วีระพงษ์ ชื่นภักดี รอง ผบช.ภ.4 รักษาการ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบช.ภ.5 รักษาการ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่

สั่งปราบอบายมุขที่ใดบกพร่องลงดาบ

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวถึงกรณี คสช.มีคำสั่งเข้มงวดเรื่องการพนันอบายมุขทั่วประเทศเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) ว่า อะไรที่เป็นอบายมุขผิดกฎหมายทั้งหมดก็ต้องเคร่งครัด ซึ่งเป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว ล่าสุดที่มีการจับบ่อนการพนันที่ จ.ชลบุรี ก็ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่าตำรวจในพื้นที่บกพร่องในหน้าที่ก็ต้องรับการพิจารณาโทษทัณฑ์ ทั้งนี้ยังไม่มีแนวคิดตั้งชุดเฉพาะกิจในการปราบปรามโดยตรง แต่หากท้องที่ละเลยก็มีหน่วยตรวจสอบถ่วงดุลอยู่

ไล่ปิดเว็บฯหมิ่น-ล่า"ตั้ง อาชีวะ"

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวด้วยว่า ส่วนการปราบปรามเว็บไซต์ที่เนื้อหาหมิ่นสถาบันนั้นถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด ตำรวจมีคณะทำงาน มีหน่วยงานตรวจสอบการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอยู่แล้วแต่ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบตามขั้นตอนก่อนดำเนินการสั่งปิด

ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีนั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า จะพยายามสืบหาติดตามตัว เช่น กรณีนายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ซึ่งมีข้อมูลว่าหลบหนีออกนอกประเทศก็จะประสานงานระหว่างประเทศเพื่อติดตามจับกุมซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการอยู่

เปิดทำเนียบครั้งแรกในรอบ6เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (29 พ.ค.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ พล.ท.สุชาติ หนองบัว ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกำลังพล รองหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ ได้เรียกประชุมหัวหน้า และผู้บริหารของส่วนราชการในความรับผิดชอบ 20 หน่วยงาน เช่น สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

สำนักงานพระราชวัง สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักรับรองมาตรฐานและประเมิน สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสนับสนุนกองทุนการวิจัย กรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เพื่อรับทราบนโยบาย

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้ใช้ตึกบัญชาการ ภายในทำเนียบรัฐบาล เป็นที่ประชุม ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนที่มีการประชุมของหน่วยงานราชการอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่มีการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2556

แหล่งข่าวในทำเนียบ ระบุว่า มีการจ้างเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดจากบริษัทเอกชนเข้ามาทำความสะอาดบริเวณอาคาร และภายในห้องประชุม ห้องทำงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเนื่องจากการทำความสะอาดทำเนียบรัฐบาลที่ปิดไปหลายเดือนเป็นงานที่หนักกว่าการทำความสะอาดปกติ

“หลังจากตรวจสอบความปลอดภัยก็ต้องระดมเจ้าหน้าที่มาทำความสะอาด เพราะเราไม่รู้ว่า คสช.และคณะทำงานจะใช้ทำเนียบรัฐบาลในการทำงานหรือไม่ แต่ก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อน ถ้ามีคำสั่งจะใช้สถานที่ในทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ทำงานหรือเป็นที่ประชุม ครม.ในอนาคตก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้ให้มากที่สุด” แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าว